เมื่อความมั่นคงทางอาหารทะเลผูกติดกับสุขภาพของท้องทะเล ไทยยูเนี่ยน (TU) ยักษ์ใหญ่รีเทลอาหารทะเลระดับโลก จึงเดินหน้าขยายผลกลยุทธ์ความยั่งยืนสู่ชายฝั่งอิตาลี ผ่านโครงการฟื้นฟูหญ้าทะเลที่มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เพื่อสร้าง ‘ปราการธรรมชาติ’ ให้กับห่วงโซ่อุปทานสัตว์น้ำในระยะยาว
วิกฤตหญ้าทะเล: เมื่อแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำโลกกำลังหายไป
ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทุ่งหญ้าทะเลลดลงอย่างน่ากังวล โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ประเมินว่าพื้นที่เหล่านี้กำลังหายไปราว 7% ต่อปี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศ เนื่องจากหญ้าทะเลคือแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ทั้งยังช่วยลดความขุ่นของน้ำและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภายใต้เครือข่าย Water Defenders Alliance แบรนด์ Mareblu ในเครือไทยยูเนี่ยน ได้ร่วมกับองค์กรด้านความยั่งยืนอย่าง LifeGate ลงพื้นที่เขตอนุรักษ์ทางทะเล Miramare ในอ่าว Trieste ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลขององค์การยูเนสโก เพื่อนำร่องปลูกหญ้าทะเลสายพันธุ์ Cymodocea nodosa จำนวน 2,300 ต้น บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร
ความท้าทายและการบริหารจัดการด้วยหลักวิทยาศาสตร์
การฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ทะเลไม่ได้จบลงเพียงแค่การปลูก แต่ต้องอาศัยการติดตามผลที่แม่นยำ ทีมงานตรวจพบว่าแม้ต้นหญ้าทะเลจะมีอัตราการรอดชีวิตสูง แต่กลับต้องเผชิญกับสัตว์กินพืชที่เข้ามาทำลายใบ จึงมีการติดตั้งกรงป้องกันชั่วคราวเพื่อประคับประคองการหยั่งรากในระยะแรก
นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งทดสอบนวัตกรรมเพื่อการขยายผลในวงกว้าง (Scalability) เช่น:
- ประเมินศักยภาพการนำหญ้าทะเลที่ซัดขึ้นฝั่งมาหมุนเวียนเป็นวัสดุตั้งต้นในการปลูก
- การใช้ตัวช่วยปลูกจากวัสดุย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
- การวางแผนติดตามผลอย่างเป็นระบบต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2569
วิสัยทัศน์ความยั่งยืน ‘SeaChange® 2030’
อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ย้ำถึงความสำคัญของแนวทางที่วัดผลได้ว่า ทุ่งหญ้าทะเลเป็นระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสำคัญยิ่ง และการฟื้นฟูนั้นจำเป็นต้องอาศัยแนวทางการทำงานที่สามารถปฏิบัติได้จริง และขับเคลื่อนด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ โครงการนำร่องนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญ
การขยับตัวของไทยยูเนี่ยนในครั้งนี้สะท้อนนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์และขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก:
- Risk Mitigation: การฟื้นฟูแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำเป็นการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบในอนาคต
- Global Standard: การทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลกและใช้พื้นที่สงวนของยูเนสโก ยกระดับมาตรฐานการทำ ESG ของธุรกิจไทยสู่สากล
- Climate Resilience: หญ้าทะเลเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (Blue Carbon) ที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลบวกต่อเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศขององค์กร
โครงการนี้คือฟันเฟืองหนึ่งในภารกิจการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งจะไม่เพียงแค่รักษาทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือการยืนยันคำมั่นสัญญาของไทยยูเนี่ยนในการส่งต่อความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนทั่วโลกอย่างแท้จริง

