วิกฤตโรงงานเหล็กไทย อั้นไม่ไหว ประกาศขึ้นราคาเหล็กทุกประเภทล็อตแรก 10-15% ชี้หากต้นทุน ทั้งพลังงาน, ค่าระวางเรือ และค่าไฟยังขึ้นไม่หยุด อาจต้องปรับขึ้นราคาอีกล็อต 2 เตือนวิกฤตครั้งนี้สาหัส โดนถึง 4 เด้ง
สงครามตะวันออกกลาง เขย่าอุตสาหกรรมเหล็กไทย เจอศึกหนัก 4 เด้ง
นาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส. อ.ท.) ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเหล็กได้พยายามที่จะบริหารจัดการเรื่องของต้นทุนจากทุกอย่างเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค
“ขณะนี้ยอมรับว่าเหตุการณ์ของสงครามตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและยังดูทีท่าว่าจะไม่จบลงในเร็ววัน ทางผู้ประกอบการเหล็กจำเป็นที่ต้องปรับราคาสินค้าสำหรับเหล็กทุกประเภทในระยะแรกอัตราที่ 10-15%”
ทั้งนี้ จะมีการปรับอีกครั้งในระยะถัดไปอีกครั้งหนึ่งแต่จะในอัตราที่เท่าไรนั้น ยังคงต้องรอประเมินต้นทุนที่ว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร
สำหรับอุตสาหกรรมเหล็ก ด้วยประเทศไทยไม่ใช่ประเทศผู้ผลิตอุตสาหกรรมต้นน้ำ ไม่มีแร่เหล็กในประเทศ ดังนั้นการผลิตเหล็กจึงต้องนำเข้าเศษเหล็กมาจากต่างประเทศเพื่อนำมาหลอมและขึ้นรูป
ดังนั้น ปลายทางคือการได้ทั้งเหล็กเส้น, เหล็กลวด, เหล็กแผ่น, เหล็กโครงสร้าง และเหล็กประเภทอื่นๆ ที่ใช้ทั้งในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์สำหรับเหล็กที่เป็นเกรดพิเศษ เมื่อต้องนำเข้าเหล็กต้นทุนที่เพิ่มขึ้นลำกับแรกคือค่าขนส่งจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- เบื้องลึกโครงสร้างน้ำมันไทย ทำไมยังแพง ลดตรงไหนได้? ครบ 1 เดือน สงครามตะวันออกกลาง กองทุนอ่วม เศรษฐกิจไทยวิกฤตแค่ไหน
- 6 โรงกลั่นน้ำมันไทย อยู่ในมือใครบ้าง? สำรวจเส้นทางน้ำมันแต่ละลิตร ก่อนถึงมือผู้บริโภค
“เราโดน 4 เด้ง เด้งแรก คือ ราคาค่าขนส่งขึ้น เด้งที่ 2 ราคาพลังงานมันเป็นผลพวงที่ทำให้ค่าขนส่งขึ้น แต่เราก็ต้องใช้น้ำมันเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กอยู่ดี”
แม้ว่าโรงงานเหล็กส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันเตา อาจไม่แพงเหมือนใช้กลุ่มน้ำมันดีเซล แต่ก็มีแนวโน้มจะขยับขึ้น “เด้งที่ 3 เราโดนค่าระวางเรือตัวนี้โหดมากขึ้นสูงมาก” นาวา ระบุ
ขณะที่ เด้งที่ 4 ตัวสุดท้ายคือ ‘ค่าไฟฟ้า’ ที่กำลังจะปรับขึ้น เราจึงต้องปรับราคาเป็น 2 ระลอก ระลอกแรกคือ 10-15% นี้ก่อนภายในดือนเมษายน 2569 นี้แน่นอน
ส่วนในเดือนพฤษภาคมก็ต้องกลับมาดูกันอีกทีว่าต้นทุนขึ้นไปอีกเท่าไร หรือจะอั้นการปรับขึ้นไว้ก้อนในระลอก 2 ต้องอยู่ที่สถานการณ์ในอนาคต เพราะดูแล้วว่าสงครามมันไม่หยุดง่ายๆ ทรัมป์ประกาศศึกทุกวันของแพงขึ้น ทุกอย่างแพงขึ้น เราก็เหนื่อยกันมาก”
เหล็กจีนยังทุ่มตลาดหนัก ทุบกำลังผลิตในประเทศเหลือ 28%
สำหรับอัตราการการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) จากที่เคยสูง ปัจจุบันทั้งในไทยและทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญวิกฤตหนักอัตราการใช้กำลังการผลิตลดต่ำลงเหลือเพียงประมาณ 28-30%
สาเหตุหลักมาจากเหล็กจีนที่ทุ่มตลาด ส่งผลให้ผู้ผลิตในประเทศแข่งขันได้ยากและต้องลดการผลิตลง ซึ่งอุตสาหกรรมเหล็กไทยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำกว่า 40% มาตั้งแต่ปี 2560
ขณะเดียวกัน ประเด็นการลดจำนวนคนในโรงงานอาจยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ เนื่องจากยังคงมีโครงการก่อสร้างจากภาครัฐที่ได้ทยอยเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ปริมาณการใช้เหล็กในประเทศยังสามารถไปต่อได้
อย่างไรก็ตามแม้จะยังมีการบริโภคเหล็กเกิดขึ้น แต่อุตสาหกรรมเหล็กยังคงต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการออกมาช่วยสนับสนุนและควบคุมดูแล เช่นการถูกทุ่มตลาด การสนับสนุนเรื่องการใช้เหล็ก Local Content ด้วยโครงการ Made in Thailand (MiT) ของ ส.อ.ท. ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้เหล็กไทยมีแต้มต่อ
ภาพ : MR.Yanukit / Shutterstock


