วันนี้ (27 มีนาคม) เวลา 16.30 น. ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้มอบหมายให้อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม ศบก. ครั้งที่ 6/2569
โดยมีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงต่าง ๆ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมทั้งในรูปแบบ onsite และ online โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศบก. ในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเด็นที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ ได้แก่ ผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง สำหรับการสื่อสารในระยะต่อไป กรมประชาสัมพันธ์ได้รายงานเป้าหมายการประชาสัมพันธ์ ดังนี้
- การจัดการข้อมูลเท็จอย่างรวดเร็ว
- การอยู่ข้างประชาชนเสมอ
- การเอาจริงกับผู้ที่เอาเปรียบประชาชน
กระทรวงพลังงาน รายงานสถานการณ์ด้านพลังงานและการบรรเทาผลกระทบด้านราคาน้ำมัน ซึ่งมีการใช้กองทุนน้ำมันเข้าอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่ พร้อมทั้งรายงานภาพรวมห่วงโซ่อุปทานน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซิน ทั้งในส่วนของการจัดหาน้ำมันดิบ การผลิตน้ำมันสำเร็จรูป การกระจายน้ำมันให้ผู้ค้า และการจำหน่าย รวมถึงความคืบหน้ามาตรการสนับสนุนการใช้น้ำมัน B20 ซึ่งปัจจุบันผู้ค้าน้ำมันเริ่มทยอยจำหน่ายแล้ว โดยบางจากเป็นผู้ค้าน้ำมันรายแรกที่เริ่มจำหน่าย B20 ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง โดยเป็นการจำหน่ายตรงให้กับภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการจัดทำเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขอความร่วมมือในการรายงานข้อมูล
สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมัน ณ วันที่ 24 มีนาคม 2569 โดยกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับตำรวจนครบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพาณิชย์ จากผลการตรวจสอบยังไม่พบความผิดปกติ คลังทุกแห่งมีการติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันที่เห็นได้ชัดเจน และมีปริมาณการจ่ายน้ำมันในเดือนมีนาคม 2569 ใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569
กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและภาวะการค้า โดยมีมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชน เน้น 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่
กลุ่มเปราะบาง/ผู้มีรายได้น้อย กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการลดค่าครองชีพ ผ่านโครงการไทยช่วยไทย โดยคัดเลือกสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ และโครงการธงฟ้าราคาประหยัด
พร้อมทั้งมีแผนปรับเพิ่มสินค้าควบคุมจาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิต ผ่านการขยายโครงการธงเขียวพลัส จัดหาปุ๋ยเคมีต้นทุนต่ำ และส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์
ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) กระทรวงพาณิชย์มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และการเชื่อมโยงผู้ผลิตรายใหญ่กับผู้ค้ารายย่อย เพื่อรักษาสภาพคล่องและลดต้นทุนธุรกิจ
ผู้ส่งออก มีเป้าหมายเพื่อรักษาขีดความสามารถทางการส่งออก ผ่านความร่วมมือกับสมาคมต่างๆ การติดตามสถานการณ์โลจิสติกส์ การดูแลค่าประกันภัย รวมถึงการจัดหาช่องทางการส่งออกสินค้า
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาเรือสินค้าติดค้างในเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีการประสานผู้นำเข้าในประเทศปลายทางหรือประเทศใกล้เคียงรับซื้อสินค้า เพื่อลดความเสียหายของผู้ส่งออกไทย
กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น และไม่มีสัญญาณการเจรจาที่แน่ชัด โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะเดียวกัน ในวันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมพิธีรับร่างและร่วมไว้อาลัยชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดชัยภูมิ
ในตอนท้าย ที่ประชุมฯ เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อย โดยประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาลำดับความสำคัญของสินค้าและเรือที่จะขอผ่านช่องแคบฮอร์มุซ


