อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงร่วมภายหลังการประชุมสามฝ่าย ในระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์
โดยอนุทิน ได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ สำหรับความริเริ่มในการจัดการประชุมสามฝ่ายครั้งนี้ พร้อมทั้งระบุว่าได้ร่วมหารืออย่างฉันมิตรและตรงไปตรงมากับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งทั้งสองยืนยันว่าจะร่วมกันทำงานเพื่อมุ่งสู่สันติภาพผ่านการเจรจา
“ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เราควรหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เพราะมันนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ทรมานเท่านั้น ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะมองไปข้างหน้าและเดินไปบนเส้นทางแห่งสันติภาพร่วมกัน ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ สุจริตใจ และความมุ่งมั่น” อนุทิน กล่าว
โดยผู้นำไทยและกัมพูชา ยังเห็นพ้องที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดมาตรการสร้างความไว้วางใจที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยเริ่มจากประเด็นที่มีจุดยืนร่วมกันและสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อฟื้นฟูความไว้วางใจและค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นใหม่
“ไทยและกัมพูชาต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยกันทีละก้าวในทิศทางเดียวกัน สื่อสารกันโดยตรงให้มากขึ้นในทุกระดับ เพื่อหาวิธีลดช่องว่างและขยายความร่วมมือในเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล ผมได้เสนอแนวทางที่สร้างสรรค์ในการจัดการกับประเด็นนี้ระหว่างการหารือ และผมมั่นใจว่าด้วยความมุ่งมั่นและความจริงใจของทั้งสองฝ่าย เราจะสามารถเดินหน้าเพื่อสันติภาพของทั้งสองประเทศและภูมิภาคโดยรวมได้” อนุทิน กล่าว
ขณะที่ฮุน มาเนตกล่าวว่า “ในการพูดคุยครั้งนี้ ไทยและกัมพูชามุ่งเน้นไปที่การลดความตึงเครียดและมาตรการสร้างความไว้วางใจและได้หารือเกี่ยวกับการนำกลไกที่มีอยู่ทั้งหมดกลับมาใช้ เช่น JBC, GBC และ RBC รวมถึงชื่นชมบทบาทที่สำคัญของทีมผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) และยินดีที่ฟิลิปปินส์เข้ามารับหน้าที่ผู้ประสานงานต่อจากมาเลเซีย”
โดยผู้นำกัมพูชายังเรียกร้องให้ AOT ช่วยตรวจสอบและรับรองการดำเนินการตามมาตรการที่ตกลงกันไว้ นอกจากนี้ ยังย้ำถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ผ่านสมาคมมิตรภาพกัมพูชา-ไทย เพื่อสร้างความไว้วางใจและส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยได้ขอให้รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายหารือในรายละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ ผู้นำกัมพูชากล่าวย้ำว่าเขตแดนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยกำลัง และเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 อย่างเต็มรูปแบบและในทันที โดยเฉพาะการให้ JBC กลับมาเริ่มงานสำรวจและปักปันเขตแดนโดยเร็ว
เขายังกล่าวถึงการหารือในประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล โดยสนับสนุนการแก้ปัญหาอย่างสันติและเป็นธรรม และยืนยันว่ากัมพูชายังคงยึดมั่นในการระงับข้อพิพาทโดยสันติตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงที่มีอยู่
ด้านประธานาธิบดีมาร์กอสกล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยและกัมพูชาต่างยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาการสื่อสารที่เปิดกว้าง การใช้ความอดกลั้น หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจยกระดับความตึงเครียด และความพยายามสานต่อการเจรจาอย่างสันติ
ผู้นำฟิลิปปินส์ ยังย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน AOT และยืนยันความพร้อมที่จะสานต่อการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ทั้งสองประเทศสามารถเจรจาและร่วมมือกันได้อย่างยั่งยืน ขณะที่แสดงความยินดีต่อการขยายวาระของ AOT ออกไปอีก 3 เดือนจนถึงเดือนกรกฎาคมของปีนี้


