×
400888

‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25’ พร้อมแล้ว! พบกับ 5 ไฮไลต์ในงาน ที่จะทำให้นิสัย ‘กองและดองหนังสือ’ มันจบที่งานนี้! [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
26.09.2020
  • LOADING...
งานหนังสือ

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • งาน ‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25’ ครั้งแรกของไทยในรูปแบบ Hybrid Event ผสาน On Ground และ Online เอาใจหนอนหนังสือ 
  • ภายใต้คอนเซปต์ ‘Noกองดอง’ ชวนนักอ่านมาทลายกองเก่าและเพิ่มกองใหม่ พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชัน Noกองดอง แอปฯ ที่ช่วยให้การอ่านหนังสือเป็นเรื่องสนุกเพราะเก็บสถิติการอ่านและแชร์ได้ 
  • พบโปรโมชันพิเศษจากสำนักพิมพ์ต่างๆ สูงสุด 60% และบน www.thaibookfair.com มอบส่วนลดรวมกว่า 6 แสนบาท ร่วมด้วยพันธมิตรอย่าง Lazada มอบส่วนลดจากแพลตฟอร์มรวม 1 ล้านบาท ส่วนลดจาก Shopee รวม 7 แสนบาท และ Kerry Express ยังมอบส่วนลดพิเศษให้กับผู้ที่สั่งผ่านเว็บไซต์ด้วย รวมมูลค่าส่วนลดทั้งหมดกว่า 2.3 ล้านบาท

‘มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25’ งานแสดงหนังสือในรูปแบบปกติครั้งแรกที่จัดขึ้นท่ามกลางชีวิตในยุคปกติใหม่หลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ดูทรงแล้วไม่มีทางที่นักอ่านทุกสายพันธุ์จะได้พบเห็นอะไรเดิมๆ ที่คุ้นตาอย่างแน่นอน (ยกเว้นนักเขียนและสำนักพิมพ์ที่คุ้นเคย) เพราะครั้งนี้สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ผนึกพันธมิตร ชวนนักอ่านทุกรุ่นทลายกรอบและทลาย ‘กองหนังสือ’ ด้วยศิลปะการทลายกองที่แตกต่าง ตอบโจทย์ และตื่นเต้น ทั้งในรูปแบบ Online และ On Ground

  


และนี่คือ 5 ไฮไลต์ ที่จะทำให้นักอ่านยอมเคลียร์คิวให้ว่างในวันที่ 30 กันยายน – 11 ตุลาคม

1. ‘Noกองดอง’ คอนเซปต์ที่ชวนนักอ่านเหลียวมองกองหนังสือ พร้อมตั้งปฏิญาณตน ‘ไม่กอง ไม่ดอง อ่านกันเถอะ’
โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เล่าถึงที่มาของคอนเซปต์ในปีนี้ให้ฟังว่า “เกิดจากการตั้งคำถามช่วงคลายล็อกโควิด-19 พบว่า หนังสือเป็นหนึ่งในคำตอบของคนที่ถูกกักตัว ในขณะเดียวกันเราก็สังเกตว่า รูปแบบการอ่านของคนยุคปัจจุบันเปลี่ยนไป จากสิ่งพิมพ์เป็นดิจิทัล แต่มันก็คือการอ่าน ซึ่งพันธกิจหลักของสมาคมฯ คือการสร้างวัฒนธรรมการอ่านไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ตาม แต่ต้องเป็นการอ่านอย่างต่อเนื่อง อ่านอย่างมีคุณภาพ อ่านแล้วคิดวิเคราะห์ เมื่อเราสร้างนักอ่าน เราก็จะได้นักซื้อ บางคนซื้อเพราะอยากเก็บ หนังสือบางเล่มผลิตจำนวนจำกัดก็ต้องซื้อมากองไว้ก่อน คอนเซปต์ ‘Noกองดอง’ เลยเป็นการชวนให้นักอ่านซื้อมาแล้ว Noกองดอง ไม่กอง ไม่ดอง อ่านเถอะ แต่ถ้าจะ Yes จะ No ก็มาโชว์กันในงาน”   

 

โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT)
และ ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์ กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้ปลุกปั้นแอปพลิเคชัน ‘Noกองดอง

 

2. ‘โชว์กอง เคลียร์กอง แอดกอง สู่ภารกิจทลายกอง’ กิจกรรม Online ตบท้ายที่ On Ground
เมื่อได้คอนเซปต์สนุกๆ เป็นตัวตั้ง การคิดกิจกรรมที่จะทำให้นักอ่านได้ร่วมมีประสบการณ์ใหม่ๆ จึงเริ่มต้นขึ้น “เราคิดกิจกรรมต่อเนื่อง 3 กิจกรรม โดย 2 กิจกรรมเล่นบน Online กิจกรรมแรกคือ ‘โชว์กอง’ ให้แต่ละคนมาโชว์ว่าตัวเองสะสมหนังสืออะไรแล้วโพสต์ลงโซเชียล เราได้เห็นจินตนาการสร้างสรรค์มากๆ แล้วก็ต่อเนื่องไปที่กิจกรรมต่อไปคือ ‘เคลียร์กอง’ เราให้นักอ่านโพสต์บอกว่าตัวเขากำลังอ่านอะไรอยู่ แต่ต้องสร้างสรรค์กันหน่อยว่าอ่านกันอยู่ท่าไหน ผู้ชนะในกิจกรรมออนไลน์จะได้ Voucher มาใช้งานสัปดาห์หนังสือ เพื่อให้เขามาทำกิจกรรมต่อไปคือ ‘แอดกอง’ โดยในขั้นตอนนี้จะต้องมีการโหลดแอปพลิเคชัน กองดอง แต่ไปถึงแล้วยังมีภารกิจให้ทำกันต่อ” 

 

 

ปิยะพงษ์ ศิริสุทธานันท์ กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ และผู้ปลุกปั้นแอปฯ ‘Noกองดอง’ เล่าเสริมอีกว่า เนื่องจากปีนี้กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่ม Young Generation กิจกรรมต่างๆ จึงต้องใส่ความท้าทายและเน้นการแสดงตัวตน กล้าแสดงออก “ภารกิจอ่านทลายกองจะเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในงานมหกรรมหนังสือ หลังจากลงทะเบียนเข้างานทุกคนจะได้รับสูจิบัตรซึ่งเป็นเหมือนพาสปอร์ต โดยเรามี 3 จุดเช็กอินเอาใจนักอ่านให้ทำภารกิจและประทับตราให้ครบ 


“จุดแรกเรียกว่า ‘ปราสาทบัลลังก์ดอง’ เราจำลองบังลังก์จากซีรีส์ Game of Thrones ชวนคนมาโชว์ตัวตนประกาศให้โลกรู้ว่าข้า No สน No แคร์ ชอบที่จะซื้อหนังสือมากองให้สูงเสียดฟ้า เพราะชอบพลิกดูและมีความสุขในการสะสม โปรดจงขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ โพสต์และแชร์บอกโลกให้รู้ว่า ข้าคือ King of กองดอง

 

“จุดที่สอง ‘วิหารเทพเจ้าการอ่าน’ เราได้ไอเดียมาจากเทศกาลทานาบาตะของญี่ปุ่น เขียนขอพรแล้วแขวนบนต้นไม้ จุดนี้เราก็จะมีใบอธิษฐานให้ทุกคนเขียน เพราะทุกครั้งที่ซื้อหนังสือคือความสุข ความหวังคือการอ่านให้จบ แต่ก็พานพบอุปสรรคอยู่ร่ำไป หยิบใบอธิษฐานอ่านให้จบที่วิหาร แล้วใส่คำปณิธานการอ่าน เหมือนเป็นการประกาศเป้าหมายให้ตัวเองว่าเราจะเคลียร์หนังสือที่เราซื้อไป แขวนกับด้ายศักดิ์สิทธิ์ทิศใดทิศหนึ่งใน 6 ทิศ อย่าลืมโพสต์และแชร์เพื่อให้ความปรารถนาเป็นจริง

 

“จุดสุดท้าย ‘ลานอ่านปราบมังกร’ เราทำเป็นลานอ่านหนังสือขนาดใหญ่ มีมังกรหนังสือตัวใหญ่ยักษ์ ตรงกลางลำตัวมังกรมีที่ให้วางเรียงหนังสือ ภารกิจตรงนี้คือให้ถ่ายรูปหนังสือที่ซื้อมาและโพสต์แชร์เพื่อบอกให้โลกรู้ว่าเราคือผู้ทลายกอง ความพีกคือ ด้านหลังมังกรจะมีแอปฯ Noกองดอง ให้คุณโหลดและ Add หนังสือเข้าไปในแอปฯ ได้เลย ซึ่งข้อมูลจะเชื่อมกับเว็บไซต์ Thaibookfair.com ถ้าเป็นเล่มที่อยู่ในแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ยิงปุ๊บข้อมูลขึ้นเลย แต่ถ้ายังไม่มีก็เพิ่มเข้าไปได้

 

“หลังจากทำภารกิจทลายกองและประทับตราในสูจิบัตรครบทั้ง 3 จุด และโหลดแอปฯ พร้อมกับ Add กอง (หนังสือ) เป็นที่เรียบร้อย ก็จะได้รับกระเป๋าผ้า ‘มาดองกัน’ จำกัดแค่วันละ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น ต้องรีบแล้วนะ (ยิ้ม)” ปิยะพงษ์กล่าว  

 

 

3. ตามล่าผู้กล้าพิชิตกองหนังสือที่ดองไว้ได้สำเร็จให้สถิติในแอปฯ Noกองดอง เป็นผู้ตัดสิน
ว่าแต่…แอปฯ Noกองดอง คืออะไร โหลดแล้วได้อะไร? โชนรังสีและปิยะพงษ์ช่วยกันเคลียร์ข้อสงสัยที่กองอยู่ในหัวทันที “แอปฯ นี้มีความเกี่ยวเนื่องกับช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในประเด็นที่ว่า เราเห็นพฤติกรรมการซื้อของนักอ่านเปลี่ยนไป ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคนจนถึงวันนี้มี New User เข้าสู่ระบบออนไลน์มากขึ้นทุกวัน สัดส่วนก็เป็นกลุ่ม Young Generation ทั้งนั้น Unique IP 600,000 กว่า ถือว่าไม่น้อยเลย” โชนรังสีเปิดประเด็น

 

ปิยะพงษ์เสริมว่า “พอเราเห็นแบบนี้ก็คิดว่าแอปฯ Noกองดอง เรามีกลุ่มเป้าหมายคือ Young Generation นะ แต่เราพบปัญหาในกลุ่มนี้คือ เขาอ่านเยอะก็จริง แต่ไม่ได้อ่านในรูปแบบหนังสือและไม่ได้อ่านต่อเนื่อง เป็นการอ่านข้อความสั้นๆ ซึ่งการอ่านในรูปแบบหนังสือมันมีข้อดี เพราะมีงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศบอกว่า การอ่านต่อเนื่องช่วยทำให้การคิดเชิงวิพากษ์ดีกว่า นี่น่าจะเป็นปัญหาหลักของประเทศไทย เพราะเมื่อเด็กรุ่นใหม่อ่านสั้น ทำให้การคิดเชิงวิพากษ์ไม่เต็มศักยภาพ แล้วจะทำอย่างไรที่จะดึงกลุ่มคนนี้ให้หันมาอ่านในรูปแบบยาวๆ จะอ่านหนังสือ หรือ E-Book ก็ได้ 

 

“พฤติกรรมคนกลุ่มนี้หรือคนยุคใหม่ มือถือกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ดังนั้นถ้าจะไปบอกให้เขาทิ้งมือถือแล้วหันมาอ่านหนังสือ คงแทบเป็นไปไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไรให้นิสัยการอ่านและมือถืออยู่ในไลฟ์สไตล์ของเขา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของแอปฯ Noกองดอง 

 

“เราหยิบไอเดียของแอปฯ ออกกำลังกายมาปรับ ที่มีการ Tracking ทุกวัน ออกกำลังกายนานแค่ไหน เผาผลาญไปกี่แคลฯ ก็เปลี่ยนมา Tracking การอ่าน วันหนึ่งอ่านกี่นาที และอ่านติดต่อกันกี่วัน เก็บสถิติการอ่านของตัวเองจากการสแกนบาร์โค้ด เพื่อนำเข้าข้อมูลหนังสือ สะสมระยะเวลาของการอ่านได้เช่นเดียวกับการสะสมไมล์ของนักวิ่ง เมื่อถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ก็แชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย อ่านจบให้รีวิวหรือจะแชร์ Quote โดนใจให้เพื่อนนักอ่านหรือเล่มไหนอยากแนะนำ”  

แอปฯ Noกองดอง จะเปิดให้โหลดพร้อมกันภายในงาน รวมถึง www.nogongdong.com ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์กับนักอ่านทุกรุ่น ทุกเพศ ทุกวัย พร้อมเพรียงกันวันที่ 30 กันยายน 2563 

 

 

4. นิทรรศการ ‘Art of กองดอง’ ศิลปะแห่งการกองและดองที่นักอ่านมีส่วนร่วมได้
เพื่อให้นักอ่านได้พบกับประสบการณ์ที่หลากหลายทางด้านคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น 7 โซนหนังสือยอดนิยม ปีนี้ยังจะได้พบกับนิทรรศการ ‘Art of กองดอง’ ที่จะพาทุกคนไปรู้จักและเรียนรู้เกี่ยวกับการอ่านมากยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Reading and Emotion – กองแห่งความรู้สึก, The Reader – กองทัพนักอ่าน และ Reading Mission – ภารกิจอ่านทลายกอง

 

“นิทรรศการนี้ก็จะเป็นนิทรรศการที่เราต้องการสื่อว่า หนังสือคือไลฟ์สไตล์ คือชีวิต การอ่านส่วนหนึ่งเป็นพฤติกรรม อีกส่วนหนึ่งเป็นความรู้สึกนึกคิด เวลาเรามาในงานแบบนี้มันสนุก เพราะมีคนที่คิดเหมือนกันมาอยู่รวมกัน โลกใบนี้มันก็จะมีทั้งนักอ่านเยอะ นักอ่านน้อย นักยังไม่ได้อ่าน ตอนนี้สิ่งที่เรากำลังทำคือ เอานักอ่านเยอะเข้ามาสู่ประสบการณ์การอ่านสนุกก่อน สร้างเป็นนิสัย แล้วค่อยไปดึงนักอ่านน้อยมาอ่านเพิ่ม และนักอ่านที่ยังไม่ได้อ่านมาดูก็อาจจะได้ไอเดีย เราตั้งใจจะทำแคมเปญให้การอ่านมันเท่ ถือหนังสือสักเล่ม มันเท่กว่าถือไอแพด”   

 

เหตุและผลข้างต้นจะถูกถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ Art of กองดอง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

Reading and Emotion: กองแห่งความรู้สึก เพราะหนังสือคือส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่ดีในชีวิตมนุษย์ หนังสือดีไม่ได้มีเพียงแค่ความคิด แต่ซุกซ่อนความรู้สึกต่างๆ ที่สื่อสารกับมนุษย์ได้โดยตรงถึงหัวใจ ไม่ว่าจะเป็น สุข เศร้า รัก ตื่นเต้น กลัว โกรธ เข้าใจ และมั่นใจ


The Reader: กองทัพนักอ่าน คนรักหนังสือมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก คำศัพท์ที่แต่ละประเทศมีเพื่อใช้เรียกคนเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้ดีถึงการมีตัวตนของคนที่มีหนังสือสะสมอยู่ท่วมบ้าน ได้แก่ Bibliomania, Tsundoku และหนอนหนังสือ

 

Reading mission: ภารกิจอ่านทลายกอง กองดองในบ้านจะมีคุณค่าเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเราหยิบมันขึ้นมาอ่าน ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี ดังเช่น 8 วิธีที่อ่านสนุกเหล่านี้ 

 

  1. ซื้อแล้วอ่านทันที
  2. พกหนังสือไปด้วยทุกที่
  3. ฝึกสมาธิด้วยการอ่าน
  4. อ่านหนังสือดีกว่าเขี่ยโทรศัพท์มือถือ 
  5. อ่านจากภาพ 
  6. ฝึกวินัยการอ่าน 
  7. จัดระเบียบให้พร้อมอ่าน 
  8. มีเพื่อนอ่านดีกว่าอ่านคนเดียว

    “ความตั้งใจของสมาคมฯ ในการจัดนิทรรศการทุกปี ส่วนหนึ่งคือสิ่งที่ฝั่งเราอยากจะบอก และอีกส่วนเป็นสิ่งที่เราจะรับฟังจากผู้อ่าน เพราะเราอยากให้ทุกคนมีประสบการณ์ร่วม ได้มาค้นหาตัวเอง จากหนังสือที่เขาอ่านหรือผ่านกิจกรรม Book Talk ปีนี้เรามีนักคิดนักเขียนที่สร้างแรงบันดาลใจ ตั้งแต่นักเขียนระดับศิลปินแห่งชาติ นักคิดชั้นครูและนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย, ต๊ะ-พิภู พุ่มแก้วกล้า, สุทธิชัย หยุ่น, ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, วิเชฐ ตันติวานิช, โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ The Money Coach, แทนไท ประเสริฐกุล และศิลปินชื่อดังมาถ่ายทอดแง่มุมทางความคิดผ่านตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็น เฌอปราง อารีย์กุล สมาชิกวง BNK48, ป๊อด-ศุภกร ศรีโพธิ์ทอง และ ข้าวตัง-ธนวัฒน์ รัตนกิจไพศาล จากซีรีส์ ต้นหนชลธี, เอิร์ท-พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ, และ มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์ จากซีรีส์ นิทานพันดาว”  

 

 

5. Hybrid Event ผสาน On Ground และ Online จัดโปรเด็ดเอาใจนักอ่าน ช้อปสนุกด้วยส่วนลดรวมกว่า 2.3 ล้านบาท 
การผสานข้อดีและจุดเด่นของงานหนังสือแบบ Online และ On Ground ก็เพื่อให้นักอ่านได้รับประสบการณ์ในการเลือกซื้อหนังสือได้ทั้งสองแบบ “จากสถิติพบว่า นักอ่านไปงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์คนละ 2-3 ครั้ง แต่งานหนังสือที่เมืองทองไปวันเดียว แต่ต้องเก็บให้หมด เพราะมาบ่อยไม่ไหว งานออนไลน์จึงมาช่วยเก็บตกหนังสือที่เขาอาจตกหล่น เกิดเป็นโปรโมชันพิเศษมากมายระหว่างออนไลน์กับออฟไลน์” 

 

ภายในงาน On Ground นักอ่านจะพบกับส่วนลดจากสำนักพิมพ์ต่างๆ สูงสุด 60% ในขณะที่นักช้อปออนไลน์ที่ช้อปผ่าน www.thaibookfair.com จะได้รับส่วนลดมากมาย อาทิ ซื้อครบ 300 บาท รับคูปอง 30 บาท จำนวน 500 คูปองต่อวัน, ซื้อครบ 500 บาท รับคูปอง 50 บาท จำนวน 500 คูปองต่อวัน, ซื้อครบ 1,000 บาท รับคูปอง 100 บาท จำนวน 100 คูปองต่อวัน หรือซื้อหนังสือแบบ O2O (Online to Offline) โดยซื้อจาก www.thaibookfair.com มารับหนังสือในงาน ลุ้นคูปองพรีเมียมมูลค่า 100 บาท รวมมูลค่า 120,000 บาท

 

หรือจะเลือกช้อปผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรอย่าง Lazada ที่เตรียมมอบคูปองส่วนลดรวมมูลค่า 1,000,000 บาท หรือ Shopee ก็จัดเต็มคูปองส่วนลดรวมมูลค่า 700,000 บาท เช่นกัน ด้าน Kerry Express มอบส่วนลดการจัดส่งพิเศษสำหรับการสั่งซื้อแบบออนไลน์ 

 

“ผมเชื่อว่างานหนังสือคราวนี้จะได้ประสบการณ์ที่ต่างจากงานหนังสือที่ผ่านมา” ปิยะพงษ์กล่าว 

 

“คิดว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จัดงานแบบนี้ ก็อยากจะเชิญชวนมาร่วมสร้างประสบการณ์การอ่านใหม่ๆ กันครับ”

 

โชนรังสี ในฐานะนายกสมาคมฯ ตอกย้ำความมั่นใจทั้งเรื่องรูปแบบงานที่จะเป็นทิศทางให้กับสำนักพิมพ์ที่ต้องปรับให้พร้อม รวมถึงความสะดวกสบาย กว้างขวางของสถานที่ “เมืองทองธานียังตอบโจทย์เรื่องพื้นที่กว้าง 20,000 กว่าตารางเมตร จึงเดินง่ายและทำให้นักอ่านรู้ว่าจะเดินไปโซนไหน พบหนังสือที่เราอยากจะหาได้ง่ายกว่าตอนจัดงานที่ศูนย์สิริกิติ์

 

“ปลายทางของการจัดงานคือ การสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้น และในปีนี้เพิ่มเติมเรื่องของการสื่อให้นักอ่านได้รู้ว่า ต่อไปนี้รูปแบบการจัดงานแบบ Online กับ On Ground จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ นักอ่านจะมีทางเลือก พอเขามีทางเลือก ก็เปิดโอกาสให้สำนักพิมพ์มากขึ้น เพิ่มโอกาสทางการขาย สำนักพิมพ์ที่ปรับตัวก็จะมียอดออนไลน์มาทดแทนแน่นอน”

   

นอกจาก 5 ไฮไลต์เด็ดที่แตกต่างกว่าทุกปี ตอบโจทย์นักอ่านรุ่นใหม่ และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมงานแล้ว อีกประเด็นที่ต้องหยิบมาพูดคุยกันคงหนีไม่พ้นเรื่องของมาตรการป้องกัน ทางสมาคมฯ ได้ประสานกับเจ้าของสถานที่ในเรื่องการจัดมาตรการป้องกันตามมาตรฐาน โดยมีการลงทะเบียนและสแกนการเข้าร่วมงานผ่านแอปฯ ไทยชนะ จุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การตรวจวัดอุณหูภูมิร่างกายก่อนเข้างาน และตรวจสอบเมื่อภายในงานมีจำนวนคนที่หนาแน่นมากเกินไป  


อดใจรออีกไม่กี่วัน นักอ่านที่คิดถึงและเฝ้ารอบรรยากาศการหยิบจับ รื้อกองหนังสือ เพื่อซื้อแล้วเอาไปกองรวมกับกองเดิมที่มี เรามีนัดพบคนร่วมอุดมการณ์ภารกิจทลายกองดองและมาเพิ่มกองใหม่กันที่ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 30 กันยายน – 11 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00-21.00 น. ติดตามรายละเอียดกิจกรรม ภายในงานได้ทางเฟซบุ๊ก: Thai Book Fair

FYI
  • ไปถึงหน้างาน สแกน QR Code เช็กอินเข้างาน และรับพาสปอร์ตทำภารกิจทลายกองก่อนใคร ไม่ต้องยืนต่อแถว แค่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าผ่านออนไลน์ได้เลยตอนนี้ที่ www.thaibookfair.com
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories