จากกรณีที่มีการรายงานข่าวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือ แอร์โฮสเตส ของสายการบินไทย ถูกจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดประเภทเฮโรอีน
ล่าสุด ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH เพื่อชี้แจงถึงข้อเท็จจริงและมาตรการของบริษัทต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
ชายเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงพนักงานคนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการและขั้นตอนของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน หรืออาจจะทราบผลเร็วกว่านั้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างมีความชัดเจน ว่ากระทำความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการในการรับโทษตามขั้นตอน
สำหรับรายละเอียดของคดีความนั้น ทางการบินไทยได้รับการยืนยันข้อมูลเบื้องต้นจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนยาเสพติดประเภทเฮโรอีนจริง แต่ในส่วนของกระแสข่าวที่ระบุว่ามีปริมาณยาเสพติดมากถึง 1 กิโลกรัมนั้น ทางซีอีโอระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้ พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พนักงานที่ถูกจับกุมนั้นเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินใหม่ อายุ 26 ปี และทางบริษัทไม่ทราบมาก่อนว่าพนักงานรายนี้เคยกระทำการในลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่
ในส่วนของความกังวลว่าเหตุการณ์นี้จะกระทบต่อการให้บริการในเส้นทางบินสู่ออสเตรเลียหรือไม่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย ยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางบินแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นพฤติกรรมการกระทำผิดของตัวบุคคล พร้อมระบุว่า ทางการของประเทศออสเตรเลียนั้นมีมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมืองและสิ่งของนำเข้าอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่เว้นแม้กระทั่งอาหารหรือผลไม้ที่ไม่สามารถนำเข้าประเทศได้เลย ดังนั้นผู้ที่กระทำความผิดก็สมควรที่จะต้องรับโทษ
เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร THAI ได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานว่า การบินไทยมีกฎระเบียบที่เข้มงวดและมีการเน้นย้ำ ข้อมูลกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎข้อห้ามที่ไม่อนุญาตให้พนักงานรับฝากสิ่งของจากผู้อื่นโดยเด็ดขาด ให้นำไปได้เฉพาะของใช้ส่วนตัวเท่านั้น เนื่องจากพนักงานไม่สามารถทราบได้เลยว่าภายในสิ่งของที่รับฝากมานั้นมีอะไรซุกซ่อนอยู่ และไม่สามารถเปิดตรวจสอบของผู้อื่นได้ทั้งหมด

