หลังจบรอบชิงชนะเลิศเทคบอลคู่ผสม นิด-สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ และ ต้น-พักตร์พงษ์ เดชเจริญ วิ่งไปรอบสนามพร้อมธงชาติไทย ก่อนพักตร์พงษ์จะตะโกนขึ้นไปหาแฟนกีฬาบนอัฒจันทร์ว่า “ทองแรกมาแล้ว”
ประเด็นสำคัญ
นั่นเป็นเหรียญทองแรกของประเทศไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 และเป็นเหรียญทองประวัติศาสตร์ในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกของกีฬาเทคบอล
แต่หากมองให้ไกลกว่าโพเดียม เรื่องราวที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่ว่าใครได้เหรียญอะไร เพราะเบื้องหลังนักเทคบอลหลายชาติที่เดินทางมาถึงนาโกยา คือเส้นทางที่แทบไม่เหมือนนักกีฬาที่เราคุ้นเคย
บางคนลาออกจากงาน, บางคนไม่มีสนามซ้อม, บางทีมไม่มีสตาฟฟ์ และบางคนกำลังเดิมพันชีวิตกับกีฬาที่ยังไม่มีแม้กระทั่งทีมอาชีพ
เทคบอล เป็นกีฬาที่ใช้ทักษะฟุตบอลเล่นบนโต๊ะโค้ง และเพิ่งได้รับการบรรจุชิงเหรียญในเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรกที่ เอเชียนเกมส์ ไอจิ-นาโกยา 2026
นั่นทำให้มันแตกต่างจากฟุตบอล แบดมินตัน หรือกรีฑา ซึ่งมีระบบพัฒนานักกีฬาและเส้นทางอาชีพชัดเจนมานานแล้ว
สำหรับนักเทคบอลจำนวนมาก ไม่มีเส้นทางสำเร็จรูปว่าต้องเริ่มจากโรงเรียน เข้าอะคาเดมี ก่อนขึ้นทีมชาติหรือทีมอาชีพ
นักกีฬารุ่นแรกๆ จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียง “ฝึกเพื่อให้เก่ง” แต่ต้องช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมของกีฬาชนิดนี้ขึ้นมาพร้อมกับอาชีพ ของตัวเองด้วย
ยุยนะ ซาคาโมโตะ ลาออกจากงาน แล้วเดินทางมาอยู่กับคู่ซ้อม
เรื่องราวของญี่ปุ่นสะท้อนความจริงของการเริ่มต้นเส้นทางของ ยุยนะ ซาคาโมโตะ ที่เคยทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ และอาศัยอยู่ในภูมิภาคคันไซ ขณะที่คู่ผสมอย่าง อากิโนะริ วาเสะ อยู่โตเกียว
เมื่อรู้ว่าเทคบอลจะถูกบรรจุในเอเชียนเกมส์ ทั้งคู่ตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ ซาคาโมโตะ ลาออกจากงาน ย้ายเข้าไปอยู่บ้านของ วาเสะ ในโตเกียว และใช้เวลาหลายเดือนคิดถึงแทบเพียงเรื่องเดียวคือ ‘เทคบอล’
วาเสะกล่าวถึงการเตรียมใจของคู่หูว่า “เธอมาโดยตั้งใจว่าจะไม่เหลืออะไรให้เสียใจ”
ท้ายที่สุด การเดิมพันนั้นพาญี่ปุ่นเข้าสู่รอบชิงคู่ผสม และการันตีเหรียญตั้งแต่วันแรกของการแข่งขัน
เกาหลีใต้ได้เหรียญทอง ก่อนจะได้สถานที่ซ้อม
หากเรื่องของญี่ปุ่นคือการยอมทิ้งงาน เรื่องของเกาหลีใต้อาจสุดโต่งไม่แพ้กัน เพราะก่อนเอเชียนเกมส์ ทีมเทคบอลเกาหลีใต้ยังไม่สามารถเข้าใช้ศูนย์ซ้อมกีฬาแห่งชาติจินชอนได้ เพราะพื้นที่เต็มจากการซ้อมของนักกีฬาชนิดอื่น
ทีมชาติที่ประกอบด้วยนักกีฬาเพียง 4 คนจึงต้องตระเวนหาสถานที่ฝึกเอง ช่วงหนึ่งพวกเขาซ้อมกลางแจ้ง ทั้งท่ามกลางแดดและฝน ก่อนจะยืมสนามจ็อคกู ใน อินชอน ใช้ฝึกวันละสองครั้ง
อี จุนซ็อก นักกีฬาเทคบอลเกาหลีใต้ ถึงกับยอมรับว่า ระหว่างการเตรียมทีม เขาเคยถามตัวเองว่า “นี่เราเป็นนักกีฬาทีมชาติจริงๆ หรือวะ”
ปัญหาของเกาหลีใต้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สนาม ทีมเทคบอลเกาหลียังไม่มีทีมงานเพียงพอ ทำให้นักกีฬาที่ไม่มีโปรแกรมแข่งขันในวันนั้นต้องช่วยดูแลอุปกรณ์และสภาพร่างกายของเพื่อนที่กำลังลงสนาม
อี จุนซ็อก อธิบายว่า พวกเขาต้องทำหน้าที่ทั้งนักกีฬาและนักวางแท็กติกไปพร้อมกัน
นี่คือภาพที่แทบจินตนาการไม่ได้ในกีฬาชั้นนำ ซึ่งวิทยาศาสตร์การกีฬา นักกายภาพ นักวิเคราะห์ และทีมสนับสนุนกลายเป็นส่วนสำคัญของฟอร์มการเล่น
แต่สำหรับกีฬาใหม่อย่างเทคบอล สิ่งที่หลายทีมมีอาจไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับฝึกซ้อมที่สมบูรณ์ หากเป็นเพื่อนร่วมทีมไม่กี่คนที่ช่วยกันทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้
ความย้อนแย้งเกิดขึ้นหลัง อี จุนซ็อก เอาชนะ อาลี จาลิล อาเลลายาวี จากอิรัก 2 เซตรวด คว้าเหรียญทองชายเดี่ยวประวัติศาสตร์
หลังจากต้องเตรียมตัวโดยแทบไม่มีศูนย์ฝึกเป็นของตัวเอง คณะกรรมการกีฬาและโอลิมปิกเกาหลีใต้ประกาศว่าจะหาทางให้ทีมเทคบอลเข้าใช้ศูนย์ซ้อมกีฬาแห่งชาติจินชอนได้ในอนาคต
พูดอีกแบบคือ พวกเขาต้องคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ก่อน จึงได้รับโอกาสเข้าถึงระบบสนับสนุนที่นักกีฬาหลายชนิดกีฬามีอยู่แล้ว
ปัญหาคลาสสิกของกีฬาที่กำลังเติบโต
ต้องมีผลงานก่อนจึงจะได้การสนับสนุน แต่การสร้างผลงานกลับต้องการการสนับสนุนตั้งแต่แรก นี่เป็นปัญหาคลาสสิกของวงการกีฬา
ไทยอาจพร้อมกว่า แต่เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยการเสียสละ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ทีมเทคบอลไทยเดินทางมานาโกย่าด้วยการเตรียมทีมที่เป็นระบบกว่า
พักตร์พงษ์ เดชเจริญ หรือ ‘ต้น ราชนาวี’ บอกว่า ทีมเก็บตัวร่วมกันมาค่อนข้างนาน จนมีความสมบูรณ์แทบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งความเข้าใจเกม กติกา และรายละเอียดของแผนการแข่งขัน
ผลลัพธ์คือคู่ของเขากับสุภาวดีเดินหน้าคว้าแชมป์โดยไม่เสียแม้แต่เซตเดียว แต่คำพูดหลังคว้าเหรียญทองก็น่าสนใจไม่แพ้ผลการแข่งขัน
เมื่อถามว่าอยากมอบเหรียญนี้ให้ใคร พักตร์พงษ์ขอบคุณสมาคม โค้ช เพื่อนนักกีฬา และโดยเฉพาะ “ครอบครัวที่เข้าใจในการซ้อม”
เพราะเวลาที่ใช้กับกีฬา ย่อมเป็นเวลาที่ถูกนำออกจากชีวิตอีกด้านเสมอ
“พักชีวิต” เพื่อเดิมพันกับกีฬาที่ยังไม่มีอาชีพ
อี จุนซ็อก ใช้คำหนึ่งหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ที่สามารถอธิบายโลกของนักเทคบอลได้ดี เขาบอกว่านักกีฬาหลายคนกำลังพักเรื่อง “วิถีชีวิต” และ “การทำมาหากิน” ของตัวเองไว้ เพื่อเดินหน้ากับความท้าทายที่ค่อนข้างเสี่ยง
เพราะในเกาหลีใต้ยังไม่มีทีมเทคบอลอาชีพ ขณะที่สมาคมเองเคยประสบปัญหาทางการเงินจนถึงขั้นพิจารณาว่าจะส่งทีมมาเอเชียนเกมส์หรือไม่ ด้านเจ้าหน้าที่สมาคมต้องช่วยออกค่าใช้จ่าย รวมถึงซื้อโต๊ะและอุปกรณ์เพื่อกระจายกีฬาชนิดนี้ไปยังสถาบันต่างๆ
ดังนั้นเหรียญทองที่นาโกย่าไม่ได้เกิดขึ้นบนระบบที่สมบูรณ์ แต่มาจากคนกลุ่มหนึ่งที่เลือกสร้างระบบขึ้นมาระหว่างทาง
หลังคว้าเหรียญทอง สิ่งแรกๆ ที่ อี จุนซ็อก พูดถึงกลับไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากได้ แต่เขาพูดถึงทีมงานมืออาชีพ และพูดถึงสภาพแวดล้อมที่ทำให้นักกีฬาสามารถฝึกได้อย่างมั่นคง รวมไปถึงพูดถึงระบบที่ต่อยอดไปสู่ระดับเยาวชนและมหาวิทยาลัย
เพราะสำหรับกีฬาที่กำลังเติบโต เหรียญทองหนึ่งเหรียญมีคุณค่ามากกว่าผลการแข่งขัน มันคือหลักฐานที่นักกีฬาสามารถนำกลับไปบอกผู้มีอำนาจตัดสินใจว่า
กีฬาชนิดนี้มีศักยภาพ และคนที่เลือกเดิมพันกับมันสมควรได้รับโอกาสมากกว่านี้
เอเชียนเกมส์จึงสำคัญกับเทคบอลมากกว่าที่เห็น
สำหรับกีฬากระแสหลัก เอเชียนเกมส์อาจเป็นอีกหนึ่งรายการใหญ่ในปฏิทินกีฬาแต่สำหรับเทคบอลการได้เข้ามาอยู่ในมหกรรมกีฬาระดับทวีปคือการเปลี่ยนสถานะของกีฬา
นักกีฬาที่เคยซ้อมกลางแจ้ง ได้แข่งขันต่อหน้ากองเชียร์ คนที่เคยลาออกจากงานเพื่อฝึก ได้ขึ้นไปยืนบนโพเดียม หรือสมาคมที่เคยต้องช่วยกันซื้ออุปกรณ์เอง เริ่มมีเหตุผลมากขึ้นในการเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
และสำหรับไทย เหรียญทองของพักตร์พงษ์กับสุภาวดีทำให้คนจำนวนมากอาจได้รู้จักคำว่า ‘เทคบอล’ เป็นครั้งแรก
บางครั้งมหกรรมกีฬาไม่ได้สร้างเพียงแชมป์ แต่มันสร้างพื้นที่ให้กีฬาหนึ่งได้ถูกมองเห็น นี่จึงอาจเป็นเสน่ห์ที่สุดของเทคบอลในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
เราไม่ได้กำลังมองนักกีฬาที่เดินทางมาถึงนาโกย่าด้วยเส้นทางที่ถูกปูไว้อย่างสมบูรณ์ แต่กำลังมองคนรุ่นแรกๆ ที่ต้องปูเส้นทางนั้นด้วยตัวเอง
ซาคาโมโตะ ลาออกจากงานเพื่อซ้อม, อี จุนซ็อก และเพื่อนร่วมทีมซ้อมกลางแดดและฝน ก่อนคว้าเหรียญทองจนประเทศเริ่มมองเห็น ส่วนพักตร์พงษ์และสุภาวดีเปลี่ยนการเก็บตัวและความเสียสละของคนรอบข้างให้กลายเป็นทองแรกของประเทศไทย
วันนี้พวกเขาอาจยังไม่มีระบบที่สมบูรณ์ ไม่มีลีกอาชีพที่แข็งแรง หรือความสนใจเท่ากีฬากระแสหลัก แต่บางที นี่คือเหตุผลที่ทุกเหรียญมีความหมายมากเป็นพิเศษ
เพราะพวกเขาไม่ได้แข่งขันเพียงเพื่อเป็นแชมป์ของกีฬาใหม่ แต่กำลังแข่งขันเพื่อทำให้กีฬาของตัวเองมีอนาคต


