วันนี้ (12 มีนาคม) ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงแนวคิดการปรับโครงสร้างกระทรวง โดยมีข้อเสนอให้แยกภารกิจด้านกีฬาออกมาเป็นกระทรวงเฉพาะ พร้อมนำงานด้านการท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม ว่าโดยส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพราะมองว่างานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด
สุรศักดิ์อธิบายว่า หลายพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณสถานหรือมรดกทางวัฒนธรรมก็เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว การนำสองภารกิจนี้มาบริหารร่วมกันจึงอาจช่วยให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน หากแยกภารกิจด้านกีฬาออกมาเป็น “กระทรวงกีฬา” โดยเฉพาะ ก็จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านกีฬาและการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาเป็นไปอย่างชัดเจนและมุ่งเน้นมากขึ้น
เมื่อถูกถามว่าการแยกภารกิจออกมาอาจทำให้กระทรวงใหม่มีขนาดเล็กลงหรือไม่ สุรศักดิ์มองว่า ขนาดของกระทรวงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุด แต่สิ่งสำคัญคือประสิทธิภาพและศักยภาพในการทำงาน
“เรื่องขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญเท่ากับศักยภาพ หากกระทรวงมีขนาดใหญ่แต่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก็อาจไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าหน่วยงานมีขนาดเล็กและมุ่งเน้นภารกิจชัดเจน ก็อาจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า” สุรศักดิ์กล่าว
สำหรับกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ สุรศักดิ์ระบุว่ายังไม่มีข้อสรุปว่าตนจะได้รับมอบหมายให้ดูแลกระทรวงใด โดยต้องรอให้กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจึงจะมีการหารือและพิจารณาองค์ประกอบคณะรัฐมนตรี
“อย่างที่อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุไว้ ต้องรอให้มีการโหวตนายกรัฐมนตรีก่อน แล้วจึงจะมาพิจารณาว่าคณะรัฐมนตรีจะมีใครบ้าง” สุรศักดิ์กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความถนัดส่วนตัวด้านกีฬา หากมีการจัดตั้งกระทรวงกีฬาโดยเฉพาะ สุรศักดิ์กล่าวติดตลกว่า ปกติเล่นหมากเก็บกับโดดยาง ก่อนจะหัวเราะและบอกว่าเป็นการพูดเล่น พร้อมเสริมว่าปัจจุบันติดตามการแข่งขันฟุตบอลของสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ดอยู่
‘สุรศักดิ์’ ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาคนแรก?
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเป็น สส. พระนครศรีอยุธยา 5 สมัย
มีการคาดการณ์ว่า สุรศักดิ์อาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การนำของอนุทิน ชาญวีรกูล ในสมัยที่ 2 และหากรัฐบาลสามารถผลักดันแนวคิดปรับโครงสร้างกระทรวง โดยการรวมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้ากับกระทรวงวัฒนธรรม และแยกกีฬา ออกมาตั้งเป็นกระทรวงกีฬา แบบเอกเทศ
หากแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งสำคัญของระบบการกีฬาของประเทศไทย และสุรศักดิ์จะกลายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาคนแรกของประเทศ
สุรศักดิ์เติบโตมาในครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น เป็นบุตรชายของ สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเริ่มต้นเส้นทางการเมืองจากการเป็นสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) พระนครศรีอยุธยา ก่อนก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติ
ตลอดเส้นทางการเมือง เขาเคยสังกัดพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ก่อนย้ายมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มีบทบาทในฝ่ายบริหารมากขึ้น
นอกจากบทบาททางการเมือง สุรศักดิ์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านกีฬา โดยมองว่ากีฬาไม่เพียงเป็นกิจกรรมสันทนาการ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเยาวชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น
หนึ่งในบทบาทสำคัญคือการมีส่วนร่วมในการบริหารและสนับสนุนสโมสรฟุตบอลอยุธยา ยูไนเต็ด ในฐานะประธานที่ปรึกษาสโมสร มีส่วนผลักดันทีม ‘นักรบอโยธยา’ ให้ก้าวขึ้นมาแข่งขันในระดับไทยลีก 2 พร้อมใช้ฟุตบอลเป็นกลไกส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


