×

ศาลฎีกายกฟ้อง คสช. ข้อหากบฏ กรณีรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

โดย THE STANDARD TEAM
22.06.2018

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ ‘ยกฟ้อง’ คดีที่กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ กับพวกรวม 15 คน เป็นโจทก์ฟ้องพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช., พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย, พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง, พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว และพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รวม 5 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 จากกรณีเข้ายึดอำนาจทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

 

นายอานนท์ นำภา ทนายความกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวว่าการกระทำของ คสช. ศาลชี้ว่าเป็นความผิดในข้อหากบฏจริง แต่มาตรา 48 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ซึ่ง คสช. เขียนขึ้นเองได้นิรโทษกรรมให้ คสช. แล้ว จึงเห็นว่าการกระทำของ คสช. มิใช่ความผิดและหลุดพ้นจากความผิดทั้งปวง

 

นายอานนท์ระบุว่าแม้ศาลจะยกฟ้อง แต่การฟ้องครั้งนี้ก็ทำให้สังคมเห็นว่าประชาชนสามารถฟ้องคณะรัฐประหารได้ นี่จึงถือเป็นชัยชนะของประชาชนอย่างแท้จริง แต่เป็นความพ่ายแพ้ของสังคมไทยที่ไม่สามารถเอาผิดคณะรัฐประหารได้ตามกฎหมาย เนื่องจากยังติดอยู่กับเงื่อนไขเดิมๆ และเป็นอุปสรรคในการเดินหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

 

ส่วนการยกเลิกผลพวงรัฐประหารยังคงต้องเดินหน้าต่อไปอีก 10-20 ปี ทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับก็รอได้ แต่ต้องทำให้คนในสังคมไทยเห็นตรงกันก่อนว่า ‘รัฐประหาร’ สร้างความเสียหายให้ประเทศเหมือนกับหลายประเทศที่สามารถเอาผู้นำเผด็จการในอดีตมาลงโทษ นอกจากนี้ทางกลุ่มยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งและสนับสนุนนักการเมืองที่ยึดมั่นประชาธิปไตยเข้ามาแก้รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ รวมทั้งผลพวงอื่นๆ ที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน

 

ทั้งนี้ มาตรา 113 แห่งรัฐธรรมนูญฯ ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อ

(1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ

(2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ

(3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต


READ MORE





Latest Stories