×

ศุภชัยชี้แจง 6 องค์กรสื่อ ปมแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ย้ำความเป็นอิสระต้องคู่ความรับผิดชอบต่อเงินสาธารณะ

โดย THE STANDARD TEAM
03.10.2026
  • LOADING...
ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงประเด็นการแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอส

วันนี้ (2 ตุลาคม) ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แสดงความคิดเห็นผ่านคำชี้แจงต่อแถลงการณ์ของ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อ กรณีการเสนอแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอส โดยระบุว่า ความเป็นอิสระของสื่อต้องเดินคู่กับความรับผิดชอบต่อเงินสาธารณะ และไม่ควรทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นการเลือกระหว่างเสรีภาพสื่อกับวินัยการคลัง เพราะประเทศไทยสามารถและควรมีทั้งสองอย่างพร้อมกัน

 

ศุภชัยระบุว่า เคารพความคิดเห็นและความห่วงใยขององค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง 6 องค์กร และเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยปราศจากการแทรกแซง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดเจนคือ ความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อ กับรูปแบบการจัดหาและบริหารเงินสาธารณะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

 

ศุภชัยกล่าวว่า รัฐบาลไม่เคยกลัวการตรวจสอบ โดยทุกวันนี้ทั้งสื่อของรัฐ สื่อเอกชน และสื่อออนไลน์ ต่างตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไทยพีบีเอสจึงไม่ใช่สื่อเพียงแห่งเดียวที่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ และความเป็นอิสระไม่ใช่สิ่งที่สื่อสำนักใดสำนักหนึ่งจะผูกขาด เพราะเป็นหลักพื้นฐานของวิชาชีพสื่อทุกสำนัก

 

ด้วยเหตุนี้ ศุภชัยเห็นว่า การเสนอปรับเปลี่ยนระบบรายได้ของไทยพีบีเอสไม่ควรถูกตีความโดยอัตโนมัติว่า หากเปลี่ยนระบบเงินเท่ากับรัฐบาลต้องการควบคุมสื่อ แต่ควรพิจารณาว่าระบบใดจะรักษาความเป็นอิสระของสื่อ พร้อมกับทำให้การใช้เงินสาธารณะโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับวินัยการเงินการคลังของประเทศ

 

ศุภชัยยังระบุว่า เห็นด้วยกับข้อความในแถลงการณ์ของ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อที่กล่าวว่า วินัยการเงินการคลังของรัฐกับความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะสามารถดำเนินควบคู่กันได้ รวมถึงข้อเรียกร้องให้ไทยพีบีเอสทบทวนบทบาท พันธกิจ โครงสร้างการบริหาร การจัดสรรทรัพยากร คุณภาพเนื้อหา ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรสาธารณะ โดยเห็นว่าเป็นประเด็นที่ควรพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา

 

ศุภชัยกล่าวต่อว่า หากยืนยันว่าไทยพีบีเอสเป็น ‘สื่อของประชาชน’ ก็ต้องยอมรับว่าเงินที่นำมาใช้ดำเนินงานมีที่มาจากระบบสาธารณะ ประชาชนจึงมีสิทธิตั้งคำถามว่าเงินถูกใช้อย่างไร มีประสิทธิภาพเพียงใด และกลไกการจัดสรรเงินที่ใช้อยู่เหมาะสมกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันหรือไม่

 

พร้อมแสดงความเห็นว่า การตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่การคุกคามเสรีภาพสื่อ และการแก้ไขกฎหมายไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นการแทรกแซงกองบรรณาธิการ หากไม่มีบทบัญญัติหรือกลไกที่ให้อำนาจฝ่ายการเมืองเข้าไปกำหนดเนื้อหาข่าว

 

“การรักษาความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมิใช่การปกป้ององค์กรใดองค์กรหนึ่งจากการตรวจสอบ” ศุภชัยยกข้อความช่วงท้ายของแถลงการณ์ พร้อมระบุว่า นี่คือหลักการที่ควรยึดถือร่วมกัน

 

ศุภชัยระบุด้วยว่า สื่อมีสิทธิตรวจสอบรัฐบาล และรัฐบาลต้องยอมรับการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน องค์กรสื่อที่ใช้ทรัพยากรสาธารณะก็ต้องยอมรับการตรวจสอบจากประชาชนเช่นเดียวกัน เพราะความเป็นอิสระที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงการเป็นอิสระจากการตรวจสอบ แต่หมายถึงการเป็นอิสระจากการแทรกแซง พร้อมกับมีความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อประชาชน

 

“เราต้องการสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ และในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องการระบบการใช้เงินสาธารณะที่โปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้เช่นกัน” ศุภชัยระบุ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising