×

สรุปหุ้นไทยปี 63 มองแนวโน้มปี 64 – นักวิเคราะห์ลุ้น SET ยืน 1,600 จุด ชูหุ้น ‘กลุ่มธนาคาร’ เด่นสุด

03.01.2021
  • LOADING...
สรุปหุ้นไทยปี 63 มองแนวโน้มปี 64

ผ่านไปแล้วสำหรับปี 2563 ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอีกปีหนึ่งที่ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ผันผวนค่อนข้างมาก ปัจจัยสำคัญที่เข้ามากระทบคงจะหนีไม่พ้นการแพร่ระบาดของ ‘โควิด-19’ ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี จนทำให้ SET ร่วงลงอย่างหนัก จากจุดสูงสุดของปี เมื่อ 3 มกราคม 2563 ที่ระดับ 1,604.43 จุด ไปทำจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 9 ปี ที่ระดับ 969.08 จุด ลดลงไป 635.35 จุด หรือ -39.6% ภายในเวลาเพียงประมาณ 3 เดือน 

 

จากจุดต่ำสุด SET ใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือน ฟื้นตัวขึ้นมาแตะระดับ 1,454.95 จุด หรือ +50% ก่อนที่ดัชนีจะค่อยๆ ซึมลงอีกครั้ง กลับไปแตะระดับ 1,187.49 จุด เมื่อสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ดัชนีจะได้แรงหนุนจากการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท และปัจจัยบวกจากความสำเร็จของการพัฒนาวัคซีน ทำให้ดัชนี SET ฟื้นกลับมาปิดที่ระดับ  1,449.35 จุด ลดลงจากปีก่อนเพียง 130.49 จุด หรือ 8.26% 

 

 

สรุปหุ้นไทยปี 63 มองแนวโน้มปี 64

 

มองไปในปี 2564 จากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์ 10 ราย จาก 10 บริษัทหลักทรัพย์ ต่างเชื่อว่าดัชนี SET มีโอกาส ‘ฟื้นตัว’ ต่อได้ โดยดัชนีเป้าหมายต่ำสุดที่ประเมินไว้คือ 1,470 จุด และสูงสุดที่ 1,670 จุด ปัจจัยหนุนสำคัญคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังจากที่เผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียน ในปี 2564 มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นมาได้ 

 

‘Fund Flow’ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน SET ขึ้นต่อได้

วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยในปี 2564 น่าจะเติบโต 52% จากฐานต่ำในปี 2563 รวมถึงแรงหนุนจาก Fund Flow ที่น่าจะไหลเข้าต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2564 หลังจาก 7-8 ปีที่ผ่านมา เป็นภาพของการขายหุ้นไทยต่อเนื่อง 

 

ทั้งนี้เชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวได้เร็วกกว่าเศรษฐกิจในไทย ทำให้กลุ่มหุ้นที่น่าจะโดดเด่นในปี 2564 คือ 

  1. ปิโตรเคมี ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน มอง บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) เป็นหุ้นเด่น 
  2. ธนาคาร หลังจากโดนกดดันไปมากพอสมควร หากเศรษฐกิจฟื้นกลับ การตั้งสำรองจะลดลง ทำให้ตัวเลขกำไรจะดีขึ้น จากการตั้งสำรองลดลงและคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น มองหุ้น บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ บมจ.ธนาคารทหารไทย (TMB) เป็นหุ้นที่กำไรจะฟื้นแรงจากการตั้งสำรองที่ลดลง 
  3. กลุ่มไฟแนนซ์ เป็นหุ้นที่โมเมนตัมของกำไรไม่ได้ฟื้นตัวจากฐานต่ำ บางตัวกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ได้แล้ว แต่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นต่อได้ ด้วยภาวะดอกเบี้ยที่ยังต่ำ ทำให้ต้นทุนของกลุ่มนี้น่าจะยังต่ำไปอีกอย่างน้อย 1 ปี มอง บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) และ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) เป็นหุ้นเด่น

 

ขณะที่ สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ มองว่าในเชิงพื้นฐาน ประเมินดัชนี SET ปี 2564 ที่ระดับ 1,500 จุด แต่ด้วยความคาดหวังเรื่องวัคซีนและ Fund Flow อาจหนุนให้ดัชนีไปถึง 1,650 จุด ทั้งนี้ต้องติดตามการควบคุมการแพร่ระบาดระลอก 2 หากทำได้ดี Fund Flow น่าจะยังไหลเข้าต่อเนื่อง 

 

สำหรับ 3 หุ้นกลุ่มหลัก ซึ่งกำไรของกลุ่มน่าจะกลับไปสูงเท่ากับปี 2562 (ช่วงก่อนโควิด-19) ได้แก่ 1. กลุ่มพลังงาน 2. กลุ่มปิโตรเคมี และ 3. กลุ่มบรรจุภัณฑ์ ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นๆ โดยส่วนใหญ่กำไรจะยังฟื้นตัวกลับไปไม่เท่ากับปี 2562 

 

ปี 2564 ‘ครึ่งปีหลัง’ อาจเด่นกว่าครึ่งปีแรก

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ในปี 2564 ประเมินภาพตลาดหุ้นไทยแบ่งเป็น 2 ช่วงใหญ่ สำหรับ ‘ครึ่งปีแรก’ การกระจายวัคซีนจะยังทำได้น้อย และมีการแพร่กระจายของโควิด-19 ทำให้หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth) และกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากโควิด-19 ยังคงน่าสนใจ 

 

ทั้งนี้ประเมินเป้าหมายดัชนีครึ่งปีแรกที่ 1,500-1,550 จุด โดยมีหุ้น 3 กลุ่มเด่น คือ 1. หุ้นเวชภัณฑ์และถุงมือยาง 2. หุ้นส่งออก เช่น อาหารและเกษตร และ 3. หุ้นไฟแนนซ์ 

 

สำหรับ ‘ครึ่งปีหลัง’ ธีมการลงทุนจะเปลี่ยนไป หลังจากการเปิดประเทศเริ่มทำได้ในวงกว้างมากขึ้นจากการกระจายวัคซีน ทำให้หุ้นกลุ่มวัฏจักรและหุ้นขนาดใหญ่จะเริ่มน่าสนใจ โดย 3 กลุ่มเด่น คือ 1. พลังงานและปิโตรเคมี 2. ธนาคาร และ 3. ท่องเที่ยว ทั้งนี้ประเมินกรอบดัชนีครึ่งปีหลังที่ 1,550-1,600 จุด 

 

เช่นเดียวกับ สุนทร ทองทิพย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ซึ่งมองว่าธีมการลงทุนปีหน้าคือ ‘Value Play หรือ Vaccine Play’ ทำให้หุ้นที่จะโดดเด่นแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 

  1. กลุ่มธนาคาร ซึ่งราคาหุ้นส่วนใหญ่ยังคง Laggard มอง บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นหุ้นเด่น หลังจากการปรับโครงสร้างองค์กรมาเป็นเอกชนเต็มตัว และการลงทุนด้านไอทีมากขึ้น 
  2. กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน จากราคาน้ำมันที่น่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการกระจายวัคซีน มองหุ้นเด่นคือ บมจ.ไทยออยล์ (TOP) ตามค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวหลังเริ่มมีการเปิดประเทศ 
  3. กลุ่มท่องเที่ยว เป็นกลุ่มที่ยังฟื้นตัวได้ช้า และน่าจะฟื้นเด่นในปี 2564 โดย บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) น่าจะฟื้นตัวได้เร็วสุด เพราะมีธุรกิจโรงแรมในยุโรปราว 50% ซึ่งยุโรปสามารถกระจายวัคซีนได้เร็วกว่าในไทย

 

นักวิเคราะห์ 8 จาก 10 ราย ชูหุ้น ‘กลุ่มธนาคาร’

จากการสำรวจมุมมองนักวิเคราะห์ในครั้งนี้ 8 จาก 10 ราย มองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะเป็นกลุ่มที่โดดเด่นในปีหน้า แม้ว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 กลุ่มธนาคารจะฟื้นตัวได้เด่นกว่าตลาด โดยเพิ่มขึ้นราว 35-40% เทียบกับ SET ที่เพิ่มขึ้นเกือบ 20% ประกอบกับมูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้ที่ยังค่อนข้างต่ำ ด้วยราคาที่ยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (Book Value) 

 

ส่วนกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เป็นอีกกลุ่มหุ้นที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าจะฟื้นตัวได้โดดเด่นเช่นเดียวกัน 

 

การฟื้นตัวในตลาดหุ้นอาจจะเป็นแบบ K-Shaped

สรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาพของเศรษฐกิจกับตลาดหุ้นในปี 2564 อาจจะต้องมองแยกกัน และทั้งสองส่วนนี้อาจจะไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อตลาดหุ้นคือ ‘สภาพคล่อง’

 

ในปี 2564 เรามีมุมมองเชิงบวกต่อกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund flow) ซึ่งน่าจะไหลเข้ามาลงทุนในไทย หลังจากที่สัดส่วนการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติซึ่งเคยอยู่ในระดับประมาณ 36% ลดลงมาอยู่ที่ 28.6% 

 

โดยเราคาดหวังว่าจะเห็นการหมุนเวียน (rotation) ครั้งใหญ่ จากการลงทุนในหุ้นเติบโต (Growth) มาสู่หุ้นคุณค่า (Value) อิงจากวิกฤตในอดีตหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อวิกฤตจบลงแล้ว จะเกิดการพักฐานของหุ้นกลุ่มเติบโต อย่าง กลุ่มเทคโนโลยี และเงินลงทุนจะไหลเข้าสู่กลุ่มการเงิน 

 

จากสถิติเมื่อปี 2533 หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาด (Outperform) 12 ไตรมาสติดต่อกัน ส่วนปี 2543 Outperform 13 ไตรมาสติดต่อกัน และเมื่อปี 2551 Outperform 2 ไตรมาสติดต่อกัน และในครั้งนี้ จะเห็นว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มธนาคารก็เริ่มปรับตัวได้โดดเด่นกว่าภาพรวมตลาดเช่นกัน 

 

“หากธีมการลงทุนเป็นลักษณะของ Value play นักลงทุนก็จะมองหาประเทศที่มีกลุ่มหุ้น Value ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียเช่นอินโดนีเซีย, ไทย, สิงคโปร์ มีสัดส่วนหุ้น Value สูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินในรอบนี้

 

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของกลุ่มหุ้นในปีนี้จะเห็นหุ้นอย่างธนาคาร ขนส่ง โรงแรม ฟื้นตัวได้ดี สวนทางกับหุ้นกลุ่มสินค้าเกษตร อิเล็กทรอนิกส์ และโรงไฟฟ้า ซึ่งจะ Underperform ตลาด หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่รุนแรงขึ้นอีก แต่หากการระบาดยังคงรุนแรง ภาพจะกลับกันคือ หุ้นในกลุ่ม Growth จะยังคง Outperform ได้ต่อไป 

 

สรุปหุ้นไทยปี 63 มองแนวโน้มปี 64

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories