×

วิกฤตขาดแคลนแรงงานไร่อ้อยภาคตะวันออก ชาวกัมพูชาเข้าไทยไม่ได้ มาตรการผู้หนีภัยต่ำเป้า โจทย์หินรัฐบาลใหม่

โดย THE STANDARD TEAM
23.01.2026
  • LOADING...
ภาพการเก็บเกี่ยวอ้อยในไร่ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน

วันนี้ (23 มกราคม) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงวิกฤตการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยในภาคตะวันออก ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล หลังแรงงานกัมพูชาไม่สามารถเดินทางเข้ามาทำงานได้ ขณะที่มาตรการให้ผู้ลี้ภัยเข้ามาทดแทนแรงงานยังติดขัดด้านขั้นตอน ส่งผลให้การเก็บเกี่ยวอ้อยล่าช้า และเสี่ยงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 3,000 ล้านบาท

 

ศักดิ์ชัย แย้มโกสุม เกษตรกรชาวไร่อ้อย จังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีนี้เผชิญปัญหาหนักจากการขาดแคลนแรงงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้จะยื่นความประสงค์ขอแรงงานผู้ลี้ภัยจำนวน 50 คน แต่มีแรงงานเข้ามาทำงานจริงเพียง 10 คนเท่านั้น

 

“แรงงานที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากศูนย์พักพิงชั่วคราว ตอนมาถึงแทบไม่มีอะไรติดตัว ผมต้องจัดหาข้าวของ เครื่องใช้ ที่พักให้ทั้งหมด ตอนนี้ทำงานมาได้ราว 7 วัน เริ่มปรับตัวได้แล้วและช่วยงานได้จริง” ศักดิ์ชัยกล่าว

 

เขาระบุว่า ปกติในแต่ละปีจะใช้แรงงานกัมพูชาหลายร้อยคน และต้องส่งอ้อยเข้าโรงงานประมาณ 20,000 ตันต่อปี แต่ปีนี้สามารถตัดอ้อยได้เพียงราว 5,000 ตัน โดยฤดูกาลหีบอ้อยจะสิ้นสุดราวปลายเดือนมีนาคม หากแรงงานยังไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่สามารถตัดอ้อยได้ทันตามสัญญา

 

“แรงงานผู้ลี้ภัยทำงานละเอียด สะอาด บางคนตัดได้ถึงวันละ 150 มัด แม้จะยังไม่ชำนาญเท่าแรงงานเดิม แต่ช่วยทดแทนได้มาก อยากให้มีแรงงานเข้ามามากกว่านี้ ผมยืนยันว่ามาอยู่ มาทำงานที่นี่ ไม่ลำบาก นายจ้างยังต้องการแรงงานอีกมาก” เขาระบุ

 

ด้าน กนกกาญจน์ คำพล ตัวแทนสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพา จังหวัดสระแก้ว ระบุว่า การขาดแคลนแรงงานกำลังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโรงงานน้ำตาลในภาคตะวันออก โรงงานแห่งหนึ่งคาดว่าจะมีอ้อยเข้าหีบ 2.7 ล้านตัน แต่ปัจจุบันได้เพียง 630,000 ตัน เหลืออ้อยตกค้างกว่า 2 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 1,800 ล้านบาท ขณะที่อีกโรงงานหนึ่งยังมีอ้อยตกค้างกว่า 1.28 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท รวมความเสียหายของทั้งสองโรงงานมากกว่า 3,000 ล้านบาท

 

กนกกาญจน์อธิบายว่า โดยปกติไร่อ้อยในภาคตะวันออกพึ่งพาแรงงานกัมพูชาเป็นหลัก แต่การปิดด่านชายแดนทำให้แรงงานไม่สามารถเข้ามาได้ แม้รัฐบาลจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยเข้ามาทำงานทดแทน แต่กระบวนการเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ

 

“มีแรงงานลงชื่ออยากมาทำงาน 20 คน แต่พอถึงขั้นตอนตรวจสุขภาพ เหลือเพียง 2 คน ข่าวลือเรื่องการถูกกดขี่ค่าแรงและสภาพการทำงาน ยิ่งทำให้แรงงานไม่กล้าออกมาทำงาน” เธอกล่าว

 

สมาคมฯ พยายามแก้ไขปัญหาโดยกำชับนายจ้างให้ดูแลแรงงานผู้ลี้ภัยเป็นพิเศษ จัดหาที่พัก สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน จัดล่าม และเปิดช่องทางร้องเรียน หากพบการเอาเปรียบค่าแรง ซึ่งปกติการตัดอ้อยเป็นงานรับเหมา คิดค่าจ้างเฉลี่ยตันละประมาณ 230 บาท

 

“ฤดูกาลตัดอ้อยขึ้นอยู่กับเวลาและสภาพอากาศ หากฝนตกก่อนปิดหีบ จะเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นอีก หากภายในเดือนนี้ยังไม่สามารถจัดหาแรงงานเพิ่มได้ ความเสียหายจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” กนกกาญจน์กล่าว

 

ขณะที่ ศิววงศ์ สุขทวี เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ และที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (TMR) ระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนวิกฤตแรงงานของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ต้องพึ่งพาแรงงานตามฤดูกาล

 

ศิววงศ์กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการจ้างงานผู้ลี้ภัยอยู่ระหว่างการทบทวนปรับปรุงโดยกระทรวงมหาดไทยและสภาความมั่นคงแห่งชาติ แต่เนื่องจากอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง การปรับลดขั้นตอนต่าง ๆ ยังต้องรอรัฐบาลใหม่ ซึ่งไม่น่าทันฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีนี้

 

“ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย แรงงานลดลง แต่ภาคธุรกิจจำนวนมากยังไม่มีศักยภาพลงทุนเทคโนโลยีทดแทนแรงงาน ความจริงคือเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติ หากสังคมไทยไม่ยอมรับข้อเท็จจริงนี้ ปัญหาจะยิ่งรุนแรงขึ้นในอนาคต” เขากล่าว

 

ศิววงศ์ยังชี้ว่า ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และอคติที่มีต่อแรงงานข้ามชาติ กำลังทำให้การจัดการตลาดแรงงานของไทยยากขึ้น ทั้งที่แรงงานเหล่านี้ไม่เพียงเป็นกำลังการผลิต แต่ยังเป็นกำลังบริโภคและฐานเศรษฐกิจในอนาคต

 

“ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตได้จากการดึงแรงงานหนุ่มสาวจากประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้เรากำลังปฏิเสธจุดแข็งของตัวเองด้วยอคติ และนั่นกำลังสะท้อนออกมาเป็นวิกฤตแรงงานในภาคตะวันออกตอนนี้อย่างชัดเจน”

 

ศิววงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาดังกล่าวนี้จะกลายเป็นโจทย์ของรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง ที่จะต้องเร่งให้มีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภายใต้เงื่อนไขระยะเวลา ทั้งงานในเชิงที่เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวในภาคการเกษตร และการอนุญาติทำงานในกลุ่มแรงงานในพื้นที่ชายแดนที่กำลังสิ้นสุดระยะเวลาทำงาน ท่ามกลางความต้องการแรงงานของนายจ้าง ที่สวนทางกลับกำลังแรงงานที่ลดน้อยลง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising