Menu
164662

Style Wrap-Up ความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่น กับโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่น่าจับตามอง

16.12.2018
  • LOADING...

 

 

Must See: Lady Dior As Seen By

เพื่อตอกย้ำความสำคัญของกระเป๋ารุ่น Lady Dior ในวงการแฟชั่นระดับลักชัวรี ทางแบรนด์ Dior ได้นำนิทรรศการพิเศษ ‘Lady Dior As Seen By’ มาจัดที่ห้าง ICONSIAM ตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 มกราคม 2019 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังเคยจัดมาในหลายหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยในนิทรรศการนี้บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของกระเป๋ารุ่น Lady Dior ซึ่งถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1995 โดยท่านสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศฝรั่งเศสได้ถวายเป็นของกำนัลให้กับเจ้าหญิงไดอานาแห่งเวลส์

 

แถมยังมีผลงานหลากหลายชิ้นและรูปแบบของศิลปินชื่อดังต่างๆ ที่ได้มาตีความความคิดสร้างสรรค์และมุมมองของตัวเองผ่านกระเป๋ารุ่นนี้อีกด้วย เช่น Olympia Scarry, Kohei Nawa, Ren Hwang, Sophie Zenon และยังมีศิลปินไทยสองคนที่มาแสดงผลงาน ทั้ง รัตนา สาลี ช่างประติมากรที่ได้เรียนทุนพิเศษที่ École Nationale Supérieure des Beaux-Arts จากสถานทูตฝรั่งเศส และใช้วัสดุ อาทิ ทองเหลืองและเรซินในการทำผลงาน ส่วนอีกคนคือ กรกฤช เจียรพินิจนันท์ ช่างภาพที่คร่ำหวอดในวงการทั้งโฆษณาและแฟชั่นมาหลายปี โดยงานของเขาที่นิทรรศการชื่อ ‘Nirat’ ที่ประกอบไปด้วย 144 ภาพถ่ายที่ได้แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ Cannage ที่ใช้บนกระเป๋า

 

 

Burberry x Vivienne Westwood

ริคคาร์โด ทิสซี Chief Creative Officer แห่งแบรนด์ Burberry จัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยงฉลองแคปซูลคอลเล็กชันพิเศษกับ วิเวียน เวสต์วูด อีกหนึ่งวีรสตรีแห่งวงการแฟชั่นที่ Chelsea Sorting Office ในลอนดอน โดยมีคนดังอย่าง เอซรา มิลเลอร์, ไมลีย์ ไซรัส และฮาลซีย์ มาร่วมงานคับคั่ง พร้อมทั้งยังได้สาว M.I.A มาร้องเพลงอีกด้วย

 

สำหรับเสื้อผ้าในคอลเล็กชันนี้ได้แรงบันดาลใจและเฉลิมฉลองความเป็นวัฒนธรรมพังก์แบบ Unisex ที่วิเวียนได้ใช้มาตลอดหลายทศวรรษ โดยนำมาผสมผสานกับลาย Nova Check อันเป็นเอกลักษณ์ของ Burberry มาปรับใช้ในไอเท็มสุดฮิตอย่าง แจ็กเก็ตทรง Chesterfield มินิสเกิร์ต และหมวกเบเรต์ เป็นต้น โดยยอดขายบางส่วนก็จะสมทบทุนกองทุน Cool Earth ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องหยุดการตัดไม้ทำลายป่า และปัญหาด้านภูมิอากาศ ซึ่งวิเวียนจะมีการ Customize ชิ้นพิเศษเพื่อนำไปประมูลขายอีกด้วย

 

 

 

Chanel New York Vibes

Chanel นำคอลเล็กชัน Métiers d’Art 2018/2019 ไปจัดแสดง ณ ห้อง Temple of Dendur ที่ Metropolitan Museum of Art ในมหานครนิวยอร์ก ซึ่งมีคนดังต่างตบเท้าร่วมงาน ทั้ง มาร์โกต์ ร็อบบี้, จูเลียน มัวร์, จาเนลล์ โมเน, เพเนโลเป ครูซ และลิลี่ โรส เดปป์ เป็นต้น โดย คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวประวัติศาสตร์และการแต่งกายของประเทศอียิปต์ พร้อมตีความให้เข้ากับเสื้อผ้าร่วมสมัยของ Chanel แฝงด้วยการตัดเย็บและเทคนิคอันยอดเยี่ยมของช่างฝีมืออาร์ติซานของแบรนด์ ซึ่งไม่กี่วันก่อนทาง บรูโน ปาฟโลฟสกี ประธานของแบรนด์ก็เพิ่งประกาศว่าจะหยุดการใช้หนังสัตว์หายาก (Exotic Skins) ทั้งหนังงู จระเข้ ปลากระเบน และขนสัตว์ เพราะทางแบรนด์ไม่สามารถหาผู้ผลิตที่ทำสินค้าประเภทตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของ Chanel ได้

 

นอกเหนือจากนั้นในคอลเล็กชันนี้ ทางคาร์ลก็ได้เชิญ Cyril Kongo ศิลปินกราฟฟิตี้มาดีไซน์บัตรเชิญเข้างาน บวกกับลวดลายต่างๆ บนกระเป๋า แจ็กเก็ต และชุดเดรสที่ยกย่องมหานครนิวยอร์ก เมืองที่เป็นจุดศูนย์กลางของวัฒนธรรมโลก และ Chanel เองก็เพิ่งเปิดตัวร้านที่ปรับโฉมใหม่ ณ ถนน 57th Street ดีไซน์โดย ปีเตอร์ มาริโน คนเดิม

 

 

 

Coach Goes to Shanghai

Coach เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เห็นความสำคัญของตลาดประเทศจีนตั้งแต่แบรนด์เริ่มไปขายในปี 2003 และล่าสุดเลือกกรุงเซี่ยงไฮ้เป็นสถานที่จัดแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Pre-Fall 2019 โดยเสื้อผ้าผสมผสานอิริยาบถและเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนร่วมสมัยที่มีให้สัมผัสในเซี่ยงไฮ้บวกกับความเป็นนิวยอร์ก บ้านเกิดของ Coach ซึ่งเห็นได้ผ่านไอเท็มคลาสสิกที่ได้กลายเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ตั้งแต่ สจวร​์ต วีเวอร์ส เข้ามาดูแล อาทิ โค้ตทรง Shearling, เดรสทรง Handkerchief, แจ็กเก็ตหนัง และลวดลายไดโนเสาร์ นอกเหนือจากนั้นทางแบรนด์ยังชวนศิลปินชาวจีนมาร่วมตีความและสร้างสรรค์ลวดลายต่างๆ บนสินค้า ทั้ง Zhu Jingyi ที่โดดเด่นด้านการใช้หมึกในการวาดภาพ, Guang Yu ที่นำศิลปะกราฟฟิตี้มาผสมกราฟิกคอมพิวเตอร์ และ Sui Jianguo ที่เป็นนักปั้น

 

 

 

H&M at Hotel Mauritz

ใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาสทีไร หลายแบรนด์ก็ต้องปล่อยคอลเล็กชัน Festive ออกมาเพื่อให้คนได้เข้ากับบรรยากาศการร้องเพลง Jingle Bells ไม่รู้จบ แม้อากาศจะแปรปรวนก็ตาม โดยปีนี้ H&M เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรงแรม Hotel Mauritz ในเทือกเขาแอลป์ ท่ามกลางหิมะที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายรูปแบบที่มาพร้อมหน้าพร้อมตาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ผ่านมินิซีรีส์ความยาว 6 ตอน กำกับโดย Matt Piedmont โดยเสื้อผ้าผู้ชายเน้นสเวตเตอร์ถักลายอัลไพน์สุดเรโทร (retro alpine) กับลายแฟร์ไอล์ (fair isle) ที่มีทั้งแบบคอพับเฉียง (shawl-neck) และคอม้วนผ้าขนสัตว์ผสม (wool-mix roll-neck) ส่วนของผู้หญิงก็มีไอเท็ม อาทิ สเวตเตอร์โอเวอร์ไซส์ ชุดเดรส และเบลาส์กับกางเกงลายตารางหมากรุก เป็นต้น

 

Cover Photo: Courtesy of Sophie Zenon for Dior

Proofreader: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR