วันนี้ (8 กันยายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. เตรียมนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ (STARTUP ACT) เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรม ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตยั่งยืน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ยกร่างโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สศก.) มีสาระสำคัญคือการแก้ไขข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม เพื่อลดอุปสรรคการระดมทุนและแก้ปัญหาเงินทุนไทยไหลออกต่างประเทศ พร้อมกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักทำหน้าที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ทั้งรับรอง สนับสนุน และประสานงาน โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลทำงานสอดประสานกัน ลดอุปสรรคระบบราชการ
ทั้งนี้ สตาร์ทอัพที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี และกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก อาจได้รับการขยายเวลาสูงสุดรวม 10 ปี
ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวถึงความพร้อมว่า NIA เตรียมยกระดับเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงข้อมูลโครงการ แหล่งเงินทุน และตรวจสอบคำรับรองสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ซึ่งช่วยสร้างโอกาสกระตุ้นการลงทุน ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มุ่งผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหลายประเด็น ได้แก่
- เครื่องมือระดมทุนและโครงสร้างการเงิน เพื่อรองรับการออกหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ, อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นของตนเอง เพื่อจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจ (ESOP) ดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูง (Talent) และรองรับการแปลงหนี้เป็นทุน
- มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี, การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและบุคลากรทักษะสูงผ่านกฎหมายคนเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว, การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย รวมถึงการเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดภาครัฐผ่านมาตรการจัดซื้อจัดจ้าง


