วันนี้ (18 พฤษภาคม) จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับอุบัติเหตุขบวนรถชานเมืองที่ 367 (กรุงเทพฯ – ฉะเชิงเทรา) เฉี่ยวชนบุคคลบริเวณเสาโทรเลขที่ 6/3-4 ระหว่างสถานีมักกะสัน – คลองตัน ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าป้ายหยุดรถอโศก เมื่อเวลา 10.40 น. ของวันที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจต่อสังคมและป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจผิดในลักษณะที่ว่ารถไฟวิ่งเข้าไปชนคน โดยทาง รฟท. ขอยืนยันข้อเท็จจริงว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ขบวนรถไฟกำลังวิ่งอยู่บนรางตามปกติ และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในระบบการเดินรถหรือความประมาทของเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการกระทำโดยประมาทของผู้บาดเจ็บเอง ซึ่งได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณริมถนน จากนั้นได้กระทำการฝ่าฝืนกฎระเบียบด้านความปลอดภัยด้วยการปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น ซึ่งเป็นโครงสร้างสิ่งกีดขวางที่แบ่งแยกพื้นที่ระหว่างถนนกับเขตทางรถไฟไว้อย่างชัดเจน เพื่อลักลอบเดินเข้าไปยืนปัสสาวะในพื้นที่ของทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด
เมื่อขบวนรถไฟขับผ่านจุดดังกล่าว พนักงานขับรถได้ทำการเปิดหวูดสัญญาณเตือนอย่างเต็มที่แล้ว แต่เนื่องจากขบวนรถไฟเป็นพาหนะขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักมากและต้องใช้ระยะเบรกที่ยาว จึงไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทันท่วงที เป็นเหตุให้เกิดการเฉี่ยวชนในที่สุด
การรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุเพิ่มเติมว่า การกระทำอันเกิดจากความประมาทดังกล่าวนอกจากจะนำมาซึ่งอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและร่างกายของตัวผู้บุกรุกเองแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบขนส่งสาธารณะ ทำให้การเดินรถไฟขบวนดังกล่าวต้องหยุดชะงักและเกิดความล่าช้ากว่ากำหนดเวลาไปถึง 22 นาที ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารส่วนรวมที่กำลังใช้บริการ
ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงขอใช้โอกาสนี้ย้ำเตือนพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า พื้นที่เขตทางรถไฟที่มีการติดตั้งรั้วหรือแนวแบริเออร์กั้น ถือเป็นพื้นที่อันตรายและเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาด ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการปีนป่าย ลักลอบเข้ามาเดินสัญจร หรือเข้ามาทำธุระส่วนตัวโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง ตลอดจนเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการเดินรถขนส่งสาธารณะของประเทศต่อไป


