สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยแนวคิดจัดตั้ง ‘กระทรวงการกีฬา’ แยกออกจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกีฬาเป็นไปอย่างชัดเจน ครอบคลุมในทุกมิติ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ เป้าหมาย และการพัฒนากีฬาไทยในระยะยาว
รมว. ท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เตรียมปรับโครงสร้าง โดยให้ภารกิจด้านการท่องเที่ยวไปบูรณาการกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงต้นทุนทางวัฒนธรรม เช่น อาหาร การแต่งกาย และโบราณสถาน ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างไร้รอยต่อ ขณะที่การแยกด้านกีฬาออกมาจะช่วยให้การบริหารจัดการมีความชัดเจนและมุ่งเน้นการพัฒนากีฬาโดยตรง
อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งกระทรวงใหม่ต้องตั้งคณะทำงานศึกษาอย่างรอบด้าน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน รวมถึงข้อกฎหมาย โครงสร้างบุคลากร งบประมาณ และทรัพย์สิน โดยย้ำว่าต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ต้องรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดภาระในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ Youth Olympic Games 2030 ซึ่งไทยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็น 1 ใน 3 ประเทศร่วมกับชิลีและปารากวัย โดยต้องพิจารณาความคุ้มค่าของงบประมาณราว 6-7 พันล้านบาท เทียบกับประโยชน์ที่ประเทศและเยาวชนจะได้รับ
ส่วนกรณีผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนปัจจุบันกำลังจะหมดวาระกลางปีนี้ สุรศักดิ์ ระบุว่า ต้องไม่ให้เกิดสุญญากาศในการทำงาน เนื่องจากตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายกีฬา โดยจะพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อเดินหน้ากระบวนการสรรหาให้เหมาะสม
หากข้อกฎหมายเอื้อให้ดำเนินการได้ล่วงหน้า ก็จะเร่งตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อให้ได้ผู้ว่าการ กกท. คนใหม่ทันทีเมื่อผู้ว่าฯ คนปัจจุบันหมดวาระ และสามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่มีช่องว่าง
สำหรับยุทธศาสตร์ด้านกีฬาใหม่ที่เปิดเผยออกมาจะเน้นขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ประกอบด้วย
- Sport Health (ส่งเสริมสุขภาพ): ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีสุขภาพดี
- Sport Wealth (สร้างรายได้) ผลักดันกีฬาให้เป็น “อุตสาหกรรม” เพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ
- Sport Pride (สร้างชื่อเสียง) ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ
- Sport Future (เทคโนโลยีกีฬา) นำนวัตกรรมและดิจิทัลมาใช้พัฒนาระบบกีฬา รองรับโลกอนาคต


