×

ปภ. รายงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ปัจจุบันเหลือ 5 จังหวัด หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ส่วนนราธิวาสต้องเฝ้าระวัง 13 อำเภอถึง 11 ธ.ค. นี้

โดย THE STANDARD TEAM
05.12.2024
อุทกภัยภาคใต้

วันนี้ (5 ธันวาคม) ภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมด้วย สหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่วนหน้า ร่วมประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) ซึ่งจัดตั้งขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส

 

ภาสกรเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ด้วยความห่วงใยจากรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย โดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงให้ ปภ. จัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (ส่วนหน้า) ขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ปภ. ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม เกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างใน 10 จังหวัดภาคใต้ (ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, ตรัง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส)

 

ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด (นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี และนราธิวาส) รวม 22 อำเภอ 161 ตำบล 1,034 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 122,482 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 29 ราย

 

สำหรับนราธิวาสเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครอบคลุมทั้ง 13 อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำสายหลัก คือ แม่น้ำโก-ลก แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสายบุรี ขณะนี้ทางจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ทั้ง 13 อำเภอ รวม 77 ตำบล

 

ภาสกรกล่าวต่อว่า ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือ ปภ. ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต จำนวน 4 ศูนย์เขต ได้แก่ เขต 3 ปราจีนบุรี, เขต 12 สงขลา, เขต 16 ชัยนาท และเขต 18 ภูเก็ต ซึ่งสามารถช่วยเหลือพื้นที่ให้สามารถบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมได้ดียิ่งขึ้น

 

ปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ภาคใต้เป็นระยะ ทั้งในห้วงสัปดาห์นี้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม โดยนราธิวาส มีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยทั้ง 13 อำเภอ ได้แก่ เมืองนราธิวาส, ศรีสาคร, เจาะไอร้อง, แว้ง, บาเจาะ, ยี่งอ, ระแงะ, รือเสาะ, จะแนะ, สุคิริน, สุไหงโก-ลก, สุไหงปาดี และตากใบ

 

ภาสกรกล่าวว่า จากการบินตามเส้นทางพบว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่นราธิวาสเริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรบางจุด อย่างไรก็ตาม ในช่วงสัปดาห์ถัดไปจากการจำลองโมเดลด้านพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำผ่านเข้ามา ทำให้ภาคใต้ตอนล่างได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น

 

ปัจจุบันสาธารณภัยมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรง แม้ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงภัยธรรมชาติได้ แต่จุดมุ่งหมายของ ปภ. คือไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบจากสาธารณภัยที่รุนแรง ต้องการลดความรุนแรงจากการเกิดสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัย และลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด ดังนั้นหัวใจหลักของ ปภ. คือการแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว แม่นยำ และทั่วถึง

 

ซึ่งในช่วงที่เกิดสถานการณ์ที่ผ่านมา ปภ. แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่าน SMS ในพื้นที่ภาคใต้ ส่งในชื่อ DDPM เพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับสถานการณ์ ขนย้ายสิ่งของ และอพยพออกจากพื้นที่ รวมถึงจังหวัดก็ได้แจ้งเตือนผ่านกลไกของจังหวัดทุกรูปแบบ และวันนี้ทีม ปภ. จากส่วนกลางตั้งส่วนหน้าที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อประสานการทำงานร่วมกันกับจังหวัดภาคใต้ในการเตรียมพร้อมรับมือและการเผชิญเหตุสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงเร่งขั้นตอนเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising