วันนี้ (13 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล คดีต่าง ๆ จะหายไป โดยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า เป็นแหล่งข่าวหรือไม่ เท่าที่ติดตามจากสื่อเห็นว่าเป็นแหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการฯ ฉะนั้น เมื่อเป็นแหล่งข่าวจึงยังให้ความเห็นไม่ได้
ส่วนที่พูดกันว่า เมื่อพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล คดีที่เกี่ยวข้องจะหายไปนั้น โสภณ กล่าวว่า เป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่จะดำเนินการไปตามหน้าที่ ยกตัวอย่างว่า หากข้าราชการไม่มีหลังพิง ทำอะไรข้าราชการก็เดือดร้อนเอง อย่างกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี จึงเชื่อว่า เมื่อมีบทเรียนเหล่านี้ ข้าราชการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะพึงระวังอยู่แล้ว
เพราะเคยมีกรณีตัวอย่าง ซึ่งในยุคของการตรวจสอบ ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ ไม่ว่าจะตอบสังคมหรือตอบคำถามหน่วยงานที่ตรวจสอบ จึงเห็นว่าอย่าไปกังวลมาก เหมือนที่บอกว่าบุรีรัมย์กินรวบหรือไม่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกตนจะได้เสียงข้างมาก ขณะที่วุฒิสภาก็ดำเนินงานไปตามวิถีของเขา และเมื่อพวกตนได้เสียงข้างมาก พรรคก็เสนอตน เป็นเรื่องที่บรรจบบังเอิญกันพอดี ไม่ใช่วางแผนมาก่อนว่าจะต้องกินรวบ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้น
ส่วนที่สังคมมองว่า เมื่อเป็นรัฐบาลคดีก็เงียบไป แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้านคดีอาจจะเดินหน้า โสภณ กล่าวว่า มีทั้งตรวจสอบกันไปมา พอเป็นรัฐบาลก็จะถูกตรวจสอบยิ่งขึ้น ฉะนั้น ประเด็นที่หน่วยงานต่างๆ ได้ตัดสิน เราต้องเชื่อว่าเขาปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เขาก็ต้องรับผิดชอบในกระบวนการ เพราะเรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบกันไปมาอยู่แล้ว มันอยู่ที่ถูกใจหรือถูกต้อง บางทีถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ ไม่สะใจ ก็ทำให้ถูกชงขึ้นมาอีก
โสภณ กล่าวว่า ในสภาวะวิกฤตของโลกครั้งนี้ ประเทศต้องการความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชัง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย แต่เป็นกระบวนการที่เดินไป ทุกอย่างชัดเจนจากคำตอบของตนอยู่แล้วว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของเขา


