×

‘ทุกวิกฤตมีโอกาส’ หลักคิดครอบครัว ‘ส่งพรประเสริฐ’ ผู้ปลูกปั้น 3C GROUP ขึ้นมายืนในวงการผู้วิจัยและพัฒนาอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม [ADVERTORIAL]

24.05.2024
  • LOADING...
3C GROUP

HIGHLIGHTS

  • จุดเริ่มต้นของ 3C GROUP ตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งก่อตั้งโดยคุณพ่อสุเทพ จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตยา ทั้งยาคนและยาสัตว์ ก่อนที่ในอีก 21 ปีถัดมา ธุรกิจจะเดินมาถึงทางตันจนเกือบจะต้องปิดตัวลง
  • “จริงๆ เป็นจังหวะที่ดีนะ ผมทำมาถึงจุดหนึ่งและเป็นจังหวะที่นัทเพิ่งเรียนจบเภสัชมาพอดี แล้วเข้ามาสานต่อธุรกิจตั้งแต่ช่วงที่แย่ที่สุด ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้เยอะ เรียนรู้ได้ทุกอย่างจากการสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ถ้ามารับช่วงต่อในช่วงที่กำลังดี วันหนึ่งเราอาจจะตกลงมาโดยไม่รู้ตัว หรือไม่รู้ว่าตรงไหนมีอันตราย เพราะเราไม่ได้รู้ทุกแง่มุม”​
  • หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้ 3C GROUP ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาได้ในยุคแรก มาจากความคิดที่ว่า “ทุกวิกฤตมีโอกาส ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เราต้องใช้สติปัญญาเพื่อคิดหาทางออก และทางออกอาจจะกลายเป็นโอกาส​”
  • แต่ถึงแม้ว่าการมองโอกาสจะเป็นสิ่งสำคัญ ในอีกด้านหนึ่ง “อย่ามองหรือประเมินแค่ด้านเดียว อย่ามองแต่ด้านบวก เราต้องประเมินให้ได้ว่าถ้าสถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดแล้วจะรับมืออย่างไร”
  • “ผมอยากให้ลูกเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learner) เป็นคนที่มองหาโอกาสในทุกๆ ทางออกของปัญหา ไม่กลัวปัญหา และเรียนรู้จากความผิดพลาด รวมทั้งการฝึกฝนวิธีคิดว่าจะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นได้อย่างไร”

เมื่อเดินมาจนถึงทางตัน อะไรคือสิ่งที่จะพาเราก้าวต่อไปได้อีกครั้ง

 

สำหรับครอบครัว ‘ส่งพรประเสริฐ’ สิ่งนั้นอาจจะเป็น ‘ความเชื่อ’ ว่าทุกวิกฤตคือโอกาส

 

THE STANDARD WEALTH ได้รับคำชวนอีกครั้งจาก KRUNGSRI PRIVATE BANKING เพื่อร่วมสนทนากับบุคคลจากสองเจเนอเรชันที่ช่วยกันปลูกปั้น 3C GROUP ให้เติบโตมาจนถึงปัจจุบัน และสิ่งที่เราได้ค้นพบผ่านการพูดคุยในครั้งนี้คือเคล็ดลับที่นำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่แค่ในเรื่องของความมั่งคั่ง แต่ยังเป็นเรื่องของรูปแบบในการใช้ชีวิตและการปูทางให้กับคนรุ่นถัดไป

 

ก่อนที่เราจะเข้าสู่บทสนทนาในครั้งนี้ คุณพ่อ (สุเทพ ส่งพรประเสริฐ) และลูกชาย (ณัฐพล ส่งพรประเสริฐ) ช่วยกันเล่าถึงที่มาที่ไปของธุรกิจ 3C GROUP ในฐานะบริษัทวิจัยและรับจ้างผลิตอาหารเสริมให้กับแบรนด์ต่างๆ จำนวนมาก

 

แต่บางคนก็อาจจะไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของ 3C GROUP ตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งก่อตั้งโดยคุณพ่อสุเทพ จากการเป็นตัวแทนจำหน่ายสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยา ทั้งยาคนและยาสัตว์ ก่อนที่ในอีก 21 ปีถัดมา ธุรกิจจะเดินมาถึงทางตันจนเกือบจะต้องปิดตัวลง

 

“นัทจะต้องออกมาช่วยป๊าแล้วนะ ป๊ายอมรับว่าตรงนี้เกินความสามารถของป๊าแล้ว เราทำต่อไปรายรับไม่พอกับรายจ่าย ถ้านัทจะออกมาสานต่อ ใช้ความสามารถที่เรียนมา ก็ถึงจังหวะเวลาแล้ว ไม่งั้นก็คงต้องปิดบริษัทไป” สุเทพเล่าถึงช่วงเวลาที่ตัดสินใจว่าอยากจะให้ลูกชายเข้ามาสานต่อธุรกิจ

 

ปัญหาที่ธุรกิจเผชิญในเวลานั้นคือกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกำหนดให้บริษัทต่างๆ ไม่สามารถขายเคมีภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์ยาสัตว์ เข้าสู่ฟาร์มสัตว์โดยตรง แต่จะต้องขายเป็นสินค้าสำเร็จรูปเท่านั้น หรือก็คือบริษัทจะต้องลงทุนก้อนโตเพื่อเปิดโรงงานผลิตยาขึ้นมา 

 

แม้สุเทพจะบอกว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม แต่หากมองกลับไปในเวลานั้น ณัฐพลด้วยวัย 22 ปี อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่ท้าทายมากที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต 

 

อย่างไรก็ตาม สุเทพยืนยันว่าการเข้ามาสานต่อธุรกิจของณัฐพลในช่วงเวลานั้น “จริงๆ เป็นจังหวะที่ดีนะ ผมทำมาถึงจุดหนึ่งและเป็นจังหวะที่นัทเรียนจบพอดี แล้วเข้ามาสานต่อธุรกิจตั้งแต่ช่วงที่เจอวิกฤตหนักที่สุด ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้เยอะ เรียนรู้ได้ทุกอย่างจากการสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ถ้ามารับช่วงต่อในช่วงที่กำลังดี วันหนึ่งเราอาจจะตกลงมาโดยไม่รู้ตัว หรือไม่รู้ว่าตรงไหนมีอันตราย เพราะเราไม่ได้รู้ทุกแง่มุม”​

 

ณัฐพลเล่าว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดในช่วงแรกคือเราจะพลิกฟื้นธุรกิจขึ้นมาได้อย่างไรด้วยสินค้าเพียงตัวเดียวที่ยังไปต่อได้คือวิตามินซี หลังจากที่ยอดขายของธุรกิจลดลงจากเดือนละกว่า 20 ล้านบาท มาเหลือเพียง 2 ล้านบาท 

 

“การเจาะตลาดวิตามินซีอย่างจริงจังทำให้บริษัทเข้าสู่ตลาดอาหารและอาหารเสริมได้ และต่อยอดมาจนถึงทุกวันนี้ เหมือนกับที่คุณพ่อบอกเสมอว่าทุกวิกฤตมีโอกาส”

 

หลังจากนั้นธุรกิจอาหารเสริมของ 3C GROUP ก็ค่อยๆ ต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตามความต้องการของลูกค้า จากวิตามินซีก็ขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์อย่างคอลลาเจน หรือสารสกัดต่างๆ

 

หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยให้ 3C GROUP ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาได้ในยุคแรก มาจากความคิดที่ว่า “ทุกวิกฤตมีโอกาส ทุกปัญหามีทางออกเสมอ เราต้องใช้สติปัญญาเพื่อคิดหาทางออก และทางออกอาจจะกลายเป็นโอกาส​”

 

อย่างจุดเริ่มต้นของ 3C GROUP ก็เกิดมาจากการพยายามมองหาโอกาสที่คนยังไม่ได้สนใจมากนัก ซึ่งในยุคนั้นคือการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขาย และเคล็ดลับที่จะช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จ แม้กระทั่งการเจรจาธุรกิจกับคนที่อาจจะไม่รู้จักกับเรามาก่อนคือ “การพูดสิ่งใดก็ทำได้สิ่งนั้น ถ้าไม่ได้ก็บอกว่าไม่ได้ ซื่อสัตย์ ไม่หลอกลวง ไม่พูดเกินตัว”

 

ณัฐพลเล่าเสริมว่า “คุณพ่อเป็นนักเรียนรู้ อย่างตอนนี้ก็เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทุน คุณพ่อเป็นคนกล้าเริ่มทำอะไรในสิ่งที่คนอื่นอาจจะยังไม่ทำ หากคิดอย่างรอบคอบแล้วว่าสมเหตุสมผล สิ่งสำคัญคือเราต้องมองล่วงหน้าให้ขาด”

 

แต่ถึงแม้ว่าการมองโอกาสจะเป็นสิ่งสำคัญ ในอีกด้านหนึ่งคุณพ่อสุเทพมักจะสอนลูกๆ อยู่เสมอว่า “อย่ามองหรือประเมินแค่ด้านเดียว อย่ามองแต่ด้านบวก เราต้องประเมินให้ได้ว่าถ้าสถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดแล้วจะรับมืออย่างไร”

 

 

ปูทางสู่ความสำเร็จ

 

นอกจากมุมมองในเรื่องธุรกิจและการปลูกฝังแนวคิดของการเป็นนักแสวงหาโอกาส อีกสิ่งหนึ่งที่ครอบครัวส่งพรประเสริฐพยายามส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นไม่ต่างจากมรดกอันล้ำค่า คือการปูเส้นทางหรือรากฐานไปสู่ความสำเร็จ

 

เมื่อถามว่าคุณพ่อสุเทพเริ่มปลูกฝังหรืออยากให้ณัฐพลเข้ามาสานต่อธุรกิจตั้งแต่ตอนไหน คำตอบคือ “ผมอยากให้นัทเข้ามาสานต่อธุรกิจตั้งแต่เขายังไม่เข้ามหาวิทยาลัย โดยชักจูงให้เรียนเภสัชศาสตร์เพื่อให้เข้ามาสานต่อธุรกิจ การเรียนเภสัชศาสตร์ก็เหมือนกับว่าป๊าได้สร้างทางไว้แล้ว ซื้อรถไว้แล้ว ถ้าจบมาก็เหมือนได้ใบขับขี่พร้อมที่จะขับรถได้เลย”

 

การเตรียมความพร้อมให้กับคนรุ่นถัดไปกลายมาเป็นสิ่งที่ครอบครัวส่งพรประเสริฐพยายามสานต่อจากรุ่นสู่รุ่น ในมุมของณัฐพลไม่ได้คาดหวังให้ลูกต้องมาสานต่อธุรกิจ แต่สิ่งที่คาดหวังคือการมีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

 

“ผมอยากให้ลูกเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learner) เป็นคนที่มองหาโอกาสในทุกๆ ทางออกของปัญหา ไม่กลัวปัญหา และเรียนรู้จากความผิดพลาด รวมทั้งการฝึกฝนวิธีคิดว่าจะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นได้อย่างไร

 

“การส่งต่อความเชื่อของการทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีแนวทางในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่ดี และการเรียนรู้กับทุกอุปสรรคที่เข้ามา” ณัฐพลบอกว่าหลักคิดเหล่านี้คือมรดกที่จะช่วยต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่น

 

ต่อยอดความสำเร็จผ่านการลงทุน

 

ด้วยแนวคิดและแนวทางการใช้ชีวิตของครอบครัวส่งพรประเสริฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนรู้อยู่ตลอด มองโอกาสอยู่เสมอ ทำให้คุณพ่อสุเทพที่แม้จะลดบทบาทการทำธุรกิจลง แต่ก็ไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของการลงทุน ซึ่งครอบครัวส่งพรประเสริฐเลือกใช้บริการของ  KRUNGSRI PRIVATE BANKING โดยเฉพาะในเรื่องของการอัปเดตข่าวสาร ความรู้ และคำแนะนำ รวมทั้งทางเลือกการลงทุนใหม่ๆ อย่าง Private Fund หรือแม้แต่การเรียนรู้เรื่องการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งให้กับรุ่นถัดๆ ไป

 

 

โดยส่วนตัวแล้วสิ่งที่ประทับใจคือ “การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมา มองที่ผลประโยชน์ของลูกค้าโดยอิงจากข้อเท็จจริงมากกว่าความเห็นส่วนตัว”

 

บทสนทนาครั้งนี้เป็นเหมือนการฉายภาพให้เราได้เห็นว่า ‘ทุกวิกฤตมีโอกาส’ ไม่ใช่แค่คำพูดที่เราอาจจะได้ยินกันบ่อยๆ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง เพียงแต่เราต้องไม่หยุดเรียนรู้ และไม่หยุดแสวงหาโอกาส อย่างที่ตระกูลส่งพรประเสริฐช่วยกันปลูกปั้น 3C GROUP ขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้

 

ในส่วนนี้ต้องขอขอบคุณ KRUNGSRI PRIVATE BANKING ที่ชวนพวกเรามาร่วมวงสนทนากันอีกครั้ง และหวังว่าบทสนทนาเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย และช่วยให้ทุกๆ คนสามารถต่อยอดสิ่งที่คุณสร้างให้งอกงามไม่สิ้นสุด เหมือนกับคอนเซปต์ของกรุงศรีที่ว่า ‘LIVE YOUR LEGACY’ ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของความมั่งคั่ง ธุรกิจ หรือมรดกเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการส่งต่อแนวคิดและแนวทางการใช้ชีวิตเพื่อความสำเร็จ

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising