ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ‘ทนายตั้ม’ ปรากฏตัวในเครื่องแต่งกายคล้ายตัวละครนักสืบในการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง เดินทางมายังอาคารรัฐสภา เพื่อเข้าให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์เพื่อการดำรงชีพของทหารผ่านศึก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง สภาผู้แทนราษฎร
ประเด็นสำคัญ
ทั้งนี้ เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลสำหรับผู้พิการในเชิงโครงสร้าง พร้อมเปิดเผยข้อสงสัยเกี่ยวกับขบวนการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มสลากออนไลน์และเว็บไซต์พนัน
ษิทรายังได้เดินทางมาด้วยรถสปอร์ต Nissan GT-R (R35) สีแดง ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าเป็นการล้อเลียนรถสปอร์ตลัมโบร์กินีของบุคคลหนึ่ง ก่อนการให้สัมภาษณ์ ษิทราได้นำกระป๋อง ‘แป้ง’ เด็กสีฟ้าออกมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวในเชิงสัญลักษณ์ว่าเป็นผู้คุ้มครองตนเอง เพื่อให้เกิดความอุ่นใจในการให้สัมภาษณ์
▪️ผลักดันโควตาสลากฯ หวังแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้ผู้พิการ
ษิทราระบุว่า เป้าหมายหลักในการเข้าพบ กมธ. ในวันนี้ คือการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้พิการ เนื่องจากผู้พิการต้องการประกอบอาชีพด้วยตนเองและมีรายได้สำหรับดำรงชีพ มากกว่าการรอรับเงินบริจาค โดยปัจจุบันมีผู้พิการกว่า 500 คนที่สะท้อนปัญหาดังกล่าว และต้องการให้เกิดการแก้ไขในระดับโครงสร้าง
นอกจากนี้ ษิทรายังเตรียมประสานงานกับกระทรวงแรงงานเพื่อสนับสนุนการมีงานทำของผู้พิการ โดยในวันเดียวกันนี้ กมธ. ได้เชิญตัวแทนจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกมาร่วมหารือด้วย
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ษิทราได้ยกตัวอย่างข้อมูลในลักษณะการเล่านิทาน โดยอ้างถึงบุคคลที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งมีพฤติการณ์นำสลากของผู้พิการจำนวน 200,000 – 400,000 ฉบับต่อเดือน ไปร่วมมือกับแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากออนไลน์แห่งหนึ่ง
ษิทราอ้างว่า กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการนำสลากที่ถูกรางวัลไปเสนอขายให้กับกลุ่มเว็บไซต์พนันออนไลน์และมิจฉาชีพ (สแกมเมอร์) ที่ต้องการฟอกเงิน โดยบวกส่วนต่างเพิ่มขึ้น 20% จากมูลค่าเงินรางวัล (เช่น รางวัล 60 ล้านบาท จะถูกขายในราคา 72 ล้านบาท) ก่อนที่บุคคลดังกล่าวจะนำเงินส่วนต่างบางส่วนไปใช้ในการบริจาคเพื่อสร้างภาพลักษณ์
พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า บุคคลคนนี้เคยมีความเกรงใจบุคคลที่ชื่อ ‘หนุ่ม กันภัย’ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
▪️ปฏิเสธมีผู้อยู่เบื้องหลัง-พาดพิงกรณีร้องเรียนแลกความช่วยเหลือ
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้มีวาระซ่อนเร้นหรือมีบุคคลใดอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ษิทรายืนยันว่าตนเองไม่มีบุคคลใดคอยสนับสนุน และได้เลิกคบหากับ ‘บิ๊กโจ๊ก’ แล้ว โดยระบุว่าผู้สนับสนุนที่แท้จริงคือกลุ่มผู้พิการและประชาชนที่เห็นด้วย
นอกจากนี้ ษิทรายังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับ ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ โดยระบุถึงมูลนิธิแห่งหนึ่งที่เรียกรับปลาสลิดจำนวน 1.2 ตัน เพื่อแลกกับการให้ความช่วยเหลือทางคดีในช่วงเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ษิทราระบุว่าได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว และทราบว่ามีผู้เสียหายถูกโทรศัพท์ข่มขู่หลังจากเข้าร้องเรียน ซึ่งปัจจุบันเรื่องนี้อยู่ในการดูแลของธนกฤต
ทั้งนี้ ก่อนที่จะขึ้นไปร่วมประชุมกับ กมธ. ษิทราได้มีโอกาสทักทายและพูดคุยกับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ บริเวณรัฐสภาอีกด้วย









