×

สิริพงศ์ ยันรัฐบาลไม่ถ่วงงบฯ 70 ชี้ฝ่ายค้านอภิปรายเยอะเอง ถามกดดัน กกต. ปมฮั้ว สว. ‘ใครได้ประโยชน์’

โดย THE STANDARD TEAM
09.09.2026
  • LOADING...
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (9 กันยายน) เวลา 11.15 น. ที่อาคารรัฐสภา สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีความพยายามดึงเวลาการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ไปจนถึงวันที่ 10 กันยายน เพื่อไม่ให้เข้าสู่วาระการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นั้น

 

 
 

สิริพงศ์กล่าวว่า ตนคิดว่าการอภิปรายงบประมาณทุกคนก็ติดตามกันอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของ สส.ที่จะอภิปรายตามมาตราต่าง ๆ ปกติรัฐบาลพยายามที่จะกระชับเวลาอยู่แล้ว เดิมกำหนดเวลาจะจบในวันที่ 9 กันยายน แต่อยู่ที่ สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าจะพยายามลดทอนเวลาของตัวเองได้หรือไม่ หากทำได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้า สส.ต้องการอภิปรายกันเยอะ เวลาก็อาจจะล่วงเลยไป

 

ส่วนตัวคิดว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายอาจจะมีความกังวลหรือต้องการหยิบยกขึ้นมาพูดในช่วงนี้ เพื่อเป็นการกดดันการทำงาน หรือต้องการให้กระแสสังคมได้มองไปในทิศทางที่เขาต้องการ ซึ่งไม่เป็นไร ยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลทำเต็มที่ พยายามควบคุมและบริหารเวลาอย่างเต็มที่ อย่างเมื่อคืนวันที่ 8 กันยายน พยายามควบคุมและปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึงเวลา 01.00 น. มา 2 วันแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้มีการตัดจบอะไรเลย พยายามไปให้ไกลที่สุด ให้ได้หลายมาตราที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่ได้มีกำหนดการที่จะไม่ให้ฝ่ายค้านเข้าสู่ญัตติในเรื่องรายงานของ กกต.ใช่หรือไม่ สิริพงศ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิปทั้งสองฝ่ายมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ต้องไปดูว่าผู้อภิปรายทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างไร ถ้าผู้อภิปรายฝ่ายค้านยังมีจำนวนมาก อย่างกระทรวงมหาดไทยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งถ้าอภิปรายกันเยอะขนาดนี้แล้วยังมาบอกว่ารัฐบาลถ่วงเวลา คงไม่ใช่ หรือถ้าจะบอกให้ฝ่ายค้านพูดอย่างเดียว รัฐบาลไม่มีสิทธิ์พูดเลย คงไม่ใช่เช่นกัน ต้องเท่าเทียมกัน

 

ถามฝ่ายค้านพยายามกดดัน กกต.ต่อเนื่อง

 

สิริพงศ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญชวนประชาชนมาร่วมเดินขบวนในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เป็นการกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้ว สว.หรือไม่ว่า ประเด็นนี้ตนคิดว่าสังคมต้องทำความเข้าใจ วันนี้เราถูกกล่าวหาว่ามีกระบวนการต่าง ๆ เกี่ยวกับ สว. ตนจึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนทำความเข้าใจว่า หากวันนี้การดำเนินการของ กกต.ไม่ว่าจะอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าผลออกมาเป็นที่ไม่พอใจของฝ่ายตรงกันข้าม เขาก็จะบอกว่าเป็นเพราะ กกต.ได้รับความกดดันจากรัฐบาล นี่คือคำพูดที่เรามักได้ยินอยู่เป็นประจำ

 

แต่ขณะเดียวกัน วันนี้ฝ่ายค้านทำให้เห็นเลยว่ากำลังกดดัน กกต. โดยการเชิญคนออกมาเดินบนท้องถนน ก่อนหน้านี้ก็มีการทำลักษณะนี้ คือการไปออกกำลังกายที่หน้าสำนักงาน กกต. ซึ่งประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จก็แล้วแต่ ซึ่งเขาบอกว่านี่เป็นการกดดัน กกต.

 

สิริพงศ์ กล่าวว่า ความพยายามในการกดดัน กกต.ของฝ่ายค้านมีการทำมาอย่างต่อเนื่อง วันนี้ฝ่ายค้านไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่ทำกับเครือข่ายของฝ่ายค้านด้วย ซึ่งการทำในครั้งนั้น อย่างการไปออกกำลังกายหน้าสำนักงาน กกต.อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง แต่การดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากก็ต้องขอความกรุณา เช่น การที่จะชุมนุมในสถานที่สาธารณะ หากไม่ได้รบกวนการสัญจรของประชาชนก็อาจจะทำได้ แต่การที่จะไปปิดถนนหรือเดินขบวนเป็นระยะทางไกลๆ ใช้เวลานาน ๆ อาจจะกระทบต่อชีวิตของประชาชนก็ต้องขอฝากด้วย

 

ดังนั้น จึงอยากขอว่าความพยายามในการกดดัน กกต.ครั้งนี้ หากผลไม่ออกมาเป็นอย่างที่เขาคาดไว้แล้วมันจะเป็นอย่างไร หรือถ้าผลออกมาเป็นไปอย่างที่เขาคาดหวัง ผลที่ตามมาใครได้ประโยชน์ สมมติกลุ่ม สว.ต่าง ๆ ถูกดำเนินคดี ถูกให้ออกไป แล้วใครได้ประโยชน์ คนที่ได้ประโยชน์ย่อมเป็นกลุ่ม สว.สำรอง ซึ่งเป็นพวกของใคร ตรงนี้ขอชวนให้ทุกคนได้คิดว่าสิ่งที่พูดไปทั้งหมดนี้ตรงไปตรงมาหรือไม่

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ผู้นำฝ่ายค้านเป็นคนนำขบวน เชิญชวนประชาชนมาร่วมในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้ สิริพงศ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าในการสื่อสารกับประชาชน เขาอาจจะบอกได้ว่าเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ถ้าสำหรับคนที่ติดตามการเมืองมาย่อมรู้คำตอบอยู่แล้วว่าในการดำเนินการหวังมาซึ่งสิ่งใด

 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ภาพการทดลองใช้ TH-AI passport ให้ทายสีที่ตรงกับคำที่ระบุไปให้มากที่สุด ซึ่งพบว่า เมื่อพิมพ์ไปว่า สว. AI ตอบกลับว่า สีน้ำเงินว่า ส่วนตัวได้ทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ฟังก์ชั่นโปรที่ซื้อใช้ส่วนตัว ในราคาราว 2,500 บาทต่อปี และทดลองเล่นเกมทายคำกับสีเดียวที่เข้ากันมากที่สุด โดยถามว่า กล้วย AI ตอบว่า สีเหลือง ถามว่า แอปเปิ้ล AI ตอบว่า สีแดง และเมื่อถามไปว่า สว. AI ตอบว่า สีส้ม จากนั้นนายสิริพงศ์ ได้โชว์ประวัติการใช้ AI ให้กับสื่อมวลชนดู

 

ตอกกลับกระแสแซะ TH-AI passport ใช้ AI PRO ถาม สว. ได้สีส้ม

 

สิริพงศ์ ยังกล่าวว่า วันนี้ต้องทำความเข้าใจกับการใช้ AI บางคนจะบอกว่า AI ให้คำตอบใดๆ ออกมาจะทำให้คนฉลาดหรือโง่ ซึ่งตนคิดว่าไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าตนอาจจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ด้าน AI แต่ก็เติบโตมากับการทดลองใช้ AI และคิดว่าทุกท่านผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว โดยยกตัวอย่างคือการใช้แอปพลิเคชันนำทาง อาจจะถูกนำไปลงคลอง หรือทางตัน นั่นเกิดจากรูปแบบการทำ AI ที่เรียกว่า Last language model คือการนำข้อมูลที่มีอยู่มาประมวลใช้

 

ฉะนั้นประสบการณ์แต่ละประเทศ จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการสอนและข้อมูลที่ได้รับ วันนี้จะเห็นได้ว่าแอปพลิเคชันที่เคยนำทางไปทางตัน วันนี้นำทางได้ดีขึ้น ถูกต้องขึ้น เกิดจากการที่คนใช้งานจำนวนมาก เช่นเดียวกันกับ TH-AI passport ก็มาจากข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้งานใส่ลงไปในระบบ ไม่สามารถยึดถือเป็นคำตอบได้

 

สิริพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าหลายคนควรจะรู้จักการใช้ AI ที่ถูกต้อง นั่นคือการตั้งคำถาม การหาคำตอบและการตั้งข้อสังเกต วันที่เราใช้ AI กันแรกๆ เราถามไปหลายคำถาม AI ก็ตอบมาไม่ตรง และเราก็ถามกลับไปว่าใช่หรือไม่ นี่จึงถือเป็นกระบวนการเรียนรู้

 

“ดังนั้นหากใช้ AI อย่างถูกต้อง ซึ่งในโครงการ TH-AI passport ตนคิดว่าน่าจะมีสอนอยู่ ถ้าเรียนรู้ที่จะใช้วิธีตามวิทยาศาสตร์ ตั้งคำถาม หาคำตอบและพิสูจน์ว่าคำตอบถูกต้องหรือไม่ หากทำแบบนี้ไม่มีทางโง่ แต่ถ้าท่านเชื่อในสิ่งที่เขาตอบ เชื่อใน สิ่งที่คนพูดท่านเชื่อในสิ่งที่เค้าว่าโดยไม่กลั่นกรอง ไม่ตั้งคำถาม อันนั้นท่านโง่แน่นอน”

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising