วันนี้ (28 มีนาคม) เวลา 12.10 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงความคืบหน้าและแนวทางกรณีที่มีข้อเสนอให้พิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับปี 2543-2544 ระหว่างไทยและกัมพูชา
สีหศักดิ์ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน ได้มีการสะท้อนข้อกังวลกลับมาอย่างชัดเจนว่า หากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิก MOU ดังกล่าว ฝ่ายปฏิบัติงานจำเป็นจะต้องมีกรอบกติกาหรือเครื่องมือ ชิ้นใหม่มารองรับการทำงานทันที เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่บริเวณพื้นที่เกี่ยวเนื่องเป็นไปอย่างราบรื่นและมีหลักยึดที่ชัดเจน ซึ่งหากจะไม่มี MOU แล้ว จะใช้แนวทางหรือกลไกใดมาทดแทน ก็เป็นเรื่องที่ต้องนำมาหารือและเตรียมการควบคู่กันไป
สำหรับขั้นตอนตามกระบวนการหากจะมีการยกเลิกจริงนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อธิบายว่า ไม่สามารถดำเนินการได้โดยพละการ แต่หลักการจะต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีมติเห็นชอบอย่างเป็นทางการเสียก่อน จากนั้นจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนทางการทูตในการแจ้งให้ทางการกัมพูชารับทราบถึงการยกเลิกดังกล่าว
ในส่วนของท่าทีปัจจุบัน สีหศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ในเบื้องต้นยังคงมองเห็นถึงความจำเป็นของการมี MOU 43 ในการเป็นกลไกการทำงานร่วมกันอยู่ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้ปิดตายในประเด็นนี้ และจะต้องนำรายละเอียดกลับไปพิจารณาทบทวนอย่างรอบคอบอีกครั้ง โดยยืนยันว่าพร้อมเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจให้เกิดประโยชน์และรัดกุมที่สุดสำหรับประเทศชาติ


