×

‘สยามพิวรรธน์’ เคาะอัตราดอกเบี้ย หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ 5 ปีแรกจ่าย 5.50% เปิดขาย 4-5 และ 8-9 สิงหาคมนี้

25.07.2022
สยามพิวรรธน์

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ‘สยามพิวรรธน์’ กำหนดอัตราดอกเบี้ย Perpetual Bond ช่วง 5 ปีแรกที่ระดับ 5.50% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากกรอบพิจารณา โดยจะจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เตรียมเปิดขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่กลุ่ม High Net Worth ระหว่างวันที่ 4-5 และ 8-9 สิงหาคมนี้ ชูศักยภาพการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทที่เติบโตแข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกที่มีชื่อเสียงระดับโลก 

 

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจเสนอขาย Perpetual Bond ซึ่งเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เหตุผลที่บริษัทเลือกหุ้นกู้ดังกล่าว เนื่องจาก 1. เป็นหุ้นกู้ชนิดที่บริษัทสามารถนับเป็นส่วนทุนได้ และ 2. มี Call Option ซึ่งหมายถึงบริษัทมีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ได้เมื่อครบกำหนด 5 ปีเป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับบริษัท เมื่อบริษัทจัดอันดับเครดิตจะไม่นับ Perpetual Bond นี้เป็นส่วนทุนเมื่อสิ้นปีที่ 5 บริษัทจึงเห็นว่าการนำเสนอตราสารทางการเงินนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ได้ลงทุนในตราสารคุณภาพผ่าน Perpetual Bond

 

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกไว้ที่ 5.50% ต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากกรอบพิจารณาที่ 5.25-5.50% ต่อปี และกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ โดยจะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 4-5 และ 8-9 สิงหาคม 2565 จองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท และทวีคูณของ 1 ล้านบาท 

 

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ สยามพิวรรธน์มีแผนที่จะใช้ชำระค่าสิทธิการเช่าที่ดินและใช้ปรับปรุงศูนย์การค้าทั้งหมด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจหลักตอบสนองต่อการใช้ชีวิตวิถีใหม่สู่อนาคต รวมทั้งขยายธุรกิจสู่ New Economy ในหลายประเภท ตลอดจนการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มเชื่อมธุรกิจหลักเข้ากับธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรใน Ecosystem นอกจากนี้ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของสยามพิวรรธน์ในการบริหารธุรกิจศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และอาคารที่อยู่อาศัย จึงมีแผนจะขยายธุรกิจด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติมในอีก 1-3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

 

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ ‘A-’ แนวโน้มอันดับเครดิต ‘คงที่’ (Stable) ขณะที่หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนนี้ ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ ‘BBB’ แนวโน้มอันดับเครดิต ‘คงที่’ (Stable) จาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ซึ่งเป็นเครดิตเรตติ้งระดับ Investment Grade สะท้อนความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งของสยามพิวรรธน์ในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการเงิน การดำเนินธุรกิจ การมีทีมงาน ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทอย่างไม่มีขีดจำกัด การนำเสนอวิสัยทัศน์ในการสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อให้บริษัทเป็นที่หนึ่งในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพ และทำให้บริษัทมีฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

 

ในส่วนฐานะทางการเงินของสยามพิวรรธน์ บริษัทมีสภาพคล่องแข็งแกร่ง และเน้นหนักการรักษาวินัยทางการเงิน โดยมีระดับอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ในระดับเพียง 0.99 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 (ตามงบการเงินตรวจสอบแล้วของกิจการ) บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรและรักษาสภาพคล่องได้เป็นอย่างดีในช่วงวิกฤต ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการบริหารอัตราการเช่าพื้นที่ได้ในระดับสูง การควบคุมต้นทุนอย่างเหมาะสม และการปรับตัวทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทั้งนี้ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีลักษณะอย่างหนึ่งที่คล้ายหุ้นบุริมสิทธิ คือ เลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้ ดังนั้นผู้ลงทุนพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคง และความแข็งแกร่งทั้งผู้ถือหุ้น ฐานะการเงิน และความสามารถของทีมผู้บริหารของบริษัท เมื่อใดที่ผู้ลงทุนต้องการขายหุ้นกู้ดังกล่าว สามารถติดต่อธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ได้ทุกแห่ง โดยราคาขายอาจจะทำให้ผู้ลงทุนกำไรหรือขาดทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถอ้างอิงราคาตลาด (Mark to Market) จากเว็บไซต์ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และควรแจ้งความจำนงในการขายล่วงหน้า เนื่องจากหุ้นกู้ทุกตัวจะต้องใช้ระยะเวลาในการขาย 

 

ผู้ลงทุนที่สนใจรายละเอียดหุ้นกู้ของสยามพิวรรธน์ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อกับผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ได้ดังนี้ 

  1. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 
  2. บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) 
  3. บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 
  4. บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด 
  5. บริษัทหลักทรัพย์ ไอ วี โกลบอล จำกัด (มหาชน)

READ MORE




Latest Stories