ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพอากาศรุนแรง ‘สยามพิวรรธน์’ ได้พลิกโฉมวงการศูนย์การค้าไทยด้วยการเป็นผู้บุกเบิก ‘ศูนย์การค้า Carbon Neutral แห่งแรกของประเทศ’ ชดเชยก๊าซเรือนกระจก 100% จากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ด้วยกิจกรรมชดเชยคาร์บอน เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มหาศาลกว่า 2.5 ล้านต้น ความสำเร็จที่ไม่ใช่เพียงแค่ปลายทาง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานใหม่ในวงการ
จากการเป็นผู้พัฒนาจุดหมายปลายทางระดับโลกสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน สยามพิวรรธน์ได้ยกระดับมาตรฐานธุรกิจศูนย์การค้าไทยสู่มิติใหม่ การได้รับประกาศนียบัตรรับรองเครื่องหมายการชดเชยคาร์บอนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจ แต่คือการตอกย้ำพันธกิจที่มุ่งมั่นมาตลอด 66 ปี
แล้วอะไรทำให้ศูนย์การค้าซึ่งเป็นแหล่งรวมการใช้พลังงานจำนวนมากกลายเป็นพื้นที่แห่งความเป็นกลางทางคาร์บอนได้อย่างสมบูรณ์? ทำไมสยามพิวรรธน์จึงตั้งเป้าหมายท้าทายอย่าง Zero Waste to Landfill ภายในปี 2040 และ Net Zero ภายในปี 2050? และบทเรียนอันล้ำค่าอะไรที่สยามพิวรรธน์พร้อมแบ่งปันให้กับวงการธุรกิจไทย?
ความภาคภูมิใจของศูนย์การค้า Carbon Neutral แห่งแรกในประเทศไทย
“รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่สยามพิวรรธน์นำศูนย์การค้าในเครือ ทั้งสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ ดำเนินกิจกรรมชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรในขอบเขตที่ 1 และ 2 ส่งผลให้ได้รับการรับรองเครื่องหมายการชดเชยคาร์บอนประเภทองค์กร (Carbon Neutral of CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)” นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญนี้
นราทิพย์เน้นย้ำว่านี่คือก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สยามพิวรรธน์ยึดมั่นมาตลอด 66 ปี การชดเชยคาร์บอนดังกล่าวมีขนาดเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มหาศาลถึง 2,528,840 ต้น ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เพียงแค่ศูนย์การค้าหลักเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การประชุมและศูนย์แสดงนิทรรศการแห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้รับประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนและการรับรองเครื่องหมายชดเชยคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 2019
นอกจากนี้ ไอคอนสยาม, ไอซีเอส และทรู ไอคอน ฮอลล์ ยังได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization) มาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นราทิพย์พร้อมด้วย กฤษณา จรรยาสกุลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอัลไลแอนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และ อนนต์ อัตถวิบูลย์ ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เข้าร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้
การรับรองคาร์บอนนิวทรัลครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความมุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 ของประเทศไทย
กลยุทธ์สู่ความสำเร็จด้านความยั่งยืน
“กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์มีเป้าหมายในการลดปริมาณการฝังกลบขยะจากการดำเนินงานให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ภายในปี 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050” นราทิพย์กล่าว พร้อมเผยถึงมาตรการสำคัญที่ผลักดันให้เกิดความสำเร็จในครั้งนี้
สยามพิวรรธน์ได้ดำเนินการพัฒนาการบริหารจัดการอาคารผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบเครื่องทำความเย็น การเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED การใช้ AI ในการควบคุมการทำงานของระบบควบคุมสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (HVAC) และการใช้พลังงานสะอาดด้วยการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เพื่อใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์
นอกจากนี้ยังมีการจัดทำโครงการ ‘Siam Piwat 360° Waste Journey to Zero Waste’ หนึ่งในโครงการต้นแบบเพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรขยะเป็นศูนย์ ผ่านการบริหารจัดการของเสียแบบครบวงจรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รวมถึงการใช้พื้นที่ดาดฟ้าของอาคารจอดรถสยามพัฒนาเป็นเรือนเพาะชำต้นไม้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
กระบวนการชดเชยคาร์บอน 100%
การชดเชยคาร์บอนนิวทรัล 100% ของกลุ่มสยามพิวรรธน์ เริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจภายในองค์กรถึงความสำคัญของการจัดทำข้อมูลคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (CFO) โดยมีหน่วยงานจากทั่วทั้งองค์กรเข้ามามีส่วนร่วมและพันธมิตรหลายภาคส่วน
“เราได้ร่วมกับบริษัท วีกรีน เคยู จำกัด ดำเนินการประเมิน ขอการรับรอง CFO และหาแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรมาอย่างต่อเนื่อง” นราทิพย์กล่าว
“ในปี 2023 เราได้ชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรในขอบเขตที่ 1 และ 2 ทั้งหมด โดยสนับสนุนคาร์บอนเครดิตจากโครงการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงของเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล เบตง กรีน เพาเวอร์”
สยามพิวรรธน์มีแผนงานที่ชัดเจนในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ ผ่านนโยบายและโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย โดยเฉพาะการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ซึ่งมีเป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียน 30% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่สยามพิวรรธน์บริหารจัดการเองภายในปี 2026 และเพิ่มเป็น 100% ภายในปี 2030
“ในปีนี้เราจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพิ่มเติมที่สยามพารากอน” นราทิพย์เปิดเผยแผนงานในอนาคตอันใกล้ “นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังได้รับการจัดสรรพลังงานสะอาดจากโครงการ Utility Green Tariff (UGT) ซึ่งเป็นการให้บริการพลังงานไฟฟ้าพร้อมใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ในเดือนเมษายน 2025”
สยามพิวรรธน์ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมพนักงาน ผู้เช่า ผู้บริโภค และชุมชนโดยรอบศูนย์การค้า ผ่านโครงการต่างๆ เช่น การเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกในไทยที่นำร่อง โครงการ ‘ร้านนี้ไม่เทรวม’ ร่วมกับกรุงเทพมหานครและ LINE MAN Wongnai ส่งเสริมการแยกขยะอาหารออกจากขยะประเภทอื่น
การจัดทำจุดรับวัสดุบรรจุภัณฑ์สะอาดที่ไม่ใช้แล้ว (Recycle Collection Center) ที่สยามพารากอนและไอคอนสยาม รวมถึงโครงการส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการขยะที่ดีกับโรงเรียนและชุมชนโดยรอบศูนย์การค้า
การแบ่งปันแนวทางสู่ความยั่งยืน
สยามพิวรรธน์พร้อมที่จะเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการธุรกิจศูนย์การค้า “เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการทำธุรกิจศูนย์การค้า ด้วยการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดและเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งเราพร้อมที่จะแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ของเรา เพื่อสนับสนุนให้องค์กรอื่นๆ ร่วมเดินทางไปสู่ความยั่งยืน” นราทิพย์กล่าว
ความสำเร็จของกลุ่มสยามพิวรรธน์ได้รับการยกย่องจากผู้นำหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวชื่นชมว่า “นับเป็นองค์กรแรกในธุรกิจศูนย์การค้าที่ได้รับการรับรองกิจกรรมชดเชยคาร์บอน 100% ถือเป็นองค์กรต้นแบบที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดี”
ขณะที่ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มองว่า “ถือเป็นโครงการต้นแบบของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างจริงจัง”
ด้าน ดร.ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวเสริมว่า “นับเป็นความร่วมมือสำคัญที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและเป้าหมายของโลก เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”
การก้าวสู่การเป็นศูนย์การค้า Carbon Neutral แห่งแรกของประเทศไทยของสยามพิวรรธน์ ไม่เพียงเป็นความสำเร็จขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกไทย ที่แสดงให้เห็นว่าการเติบโตทางธุรกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
ในโลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง สยามพิวรรธน์ไม่เพียงยืนหยัดในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการค้าปลีกเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่งให้กับอนาคตที่ยั่งยืนของทุกภาคส่วน สมกับการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่มิได้มุ่งสร้างเพียงประสบการณ์อันน่าจดจำ แต่ยังรังสรรค์โลกที่น่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป