รัฐบาลกรุงโซลประกาศมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้วยการคืนเงินสดจำนวน 30,000 วอน (ประมาณ 660 บาท) ต่อเดือนให้กับผู้ใช้งาน ‘Climate Card’ ซึ่งเป็นบัตรโดยสารรถสาธารณะแบบไม่จำกัดเที่ยว โดยจะมอบสิทธิประโยชน์นี้เป็นระยะเวลา 3 เดือนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
โอ เซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ได้ประกาศมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 เมษายน ระหว่างการประชุมฉุกเฉินด้านเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โครงการคืนเงินนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงิน และจูงใจให้ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนตัวหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
ลดภาระค่าเดินทางอย่างยั่งยืน
บัตรโดยสารดังกล่าวเป็นบัตรแบบเติมเงินราย 30 วันที่ให้สิทธิใช้บริการรถไฟใต้ดินและรถประจำทางในกรุงโซลและพื้นที่ปริมณฑลแบบไม่จำกัด ราคาปกติสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ 62,000 วอน (ประมาณ 1,364 บาท) และ 55,000 วอน (ประมาณ 1,210 บาท) สำหรับเยาวชน
เมื่อรวมกับมาตรการคืนเงินสด ผู้ใหญ่จะจ่ายค่าเดินทางจริงเพียง 32,000 วอน (ประมาณ 704 บาท) ต่อเดือน ส่วนเยาวชนจะจ่ายเพียง 25,000 วอน (ประมาณ 550 บาท) ผู้ที่ได้รับส่วนลดค่าโดยสารอยู่แล้วอย่างวัยรุ่น, ผู้มีรายได้น้อย และครอบครัวที่มีลูกหลายคน ก็จะได้รับสิทธิ์คืนเงิน 30,000 วอนเช่นเดียวกัน
ผู้มีสิทธิ์จะต้องเป็นผู้อยู่อาศัยในกรุงโซลที่เติมเงินและใช้งานบัตรแบบ 30 วันอย่างครบถ้วนระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ผู้ที่ยกเลิกบัตรก่อนกำหนดหรือใช้บัตรระยะสั้นจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืน โดยจะเริ่มคืนเงินในเดือนมิถุนายนหลังจากตรวจสอบประวัติการใช้งานแล้ว
ผู้โดยสารจะต้องลงทะเบียนบัตรบนเว็บไซต์ Tmoney และยื่นคำร้องขอเงินคืน คาดว่าจะมีผู้ใช้งานราว 1 ล้านคนภายใต้โครงการนี้
ผู้ใช้งานใหม่ที่สมัครบัตรในช่วงเดือนเมษายนจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเป็นคะแนนสะสม Tmoney จำนวน 10% ของยอดเติมเงิน ทางการระบุว่านโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางในชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน มากกว่าที่จะเป็นการแจกเงินช่วยเหลือแบบครั้งเดียวจบ
ชี้รัฐบาลกลางช่วยชาวโซลน้อยกว่า
ทางเมืองยังมีแผนเตรียมมาตรการสนับสนุนเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและการบริโภคที่หดตัว รวมถึงการสนับสนุนด้านเงินทุนและการขยายตลาดสำหรับกลุ่มธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เช่น เงินอุดหนุนด้านโลจิสติกส์ฉุกเฉินและประกันการส่งออก
นายกเทศมนตรีได้ชี้ให้เห็นว่ากองทุนบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงของรัฐบาลกลางนั้นให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในเขตเมืองหลวงน้อยกว่า โดยเขาวิจารณ์ว่า “ชีวิตของชนชั้นแรงงานในเมืองหลวงที่กำลังดิ้นรนกับค่าที่พักอาศัยและค่าเดินทางที่สูง ไม่ได้รับการสะท้อนออกมาอย่างเพียงพอ”
เขายังแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับแผนงบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาลกลาง โดยระบุว่ารัฐบาลอ้างว่าเป็น ‘งบเพิ่มเติมแบบไม่ก่อหนี้’ แต่กลับผลักภาระมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยไม่มีการหารือล่วงหน้า
“โซลกำลังถูกบังคับให้แบกรับภาระทางการคลังที่เสียเปรียบอย่างไม่ได้สัดส่วน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักแห่งความเสมอภาค” นายกเทศมนตรีกล่าว
“เราไม่สามารถทนมองดูช่องว่างนี้ดำเนินต่อไปได้ โซลจะก้าวเข้ามาเพื่ออุดรอยรั่วนี้เอง” เขากล่าวย้ำ พร้อมเสริมว่า “ความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับวิกฤต และมาตรการที่ไม่สามารถสัมผัสได้จริงในพื้นที่ก็ไร้ความหมาย”
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 วอนเกาหลีใต้ เท่ากับ 0.022 บาทณ วันที่ 7 เมษายน 2569
ภาพ: Geliodor / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.koreaherald.com/article/10710180
- https://www.asiae.co.kr/en/article/2026040511461912180
- https://en.sedaily.com/society/2026/04/05/seoul-to-pay-climate-card-users-30000-won-monthly-for-three

