วันนี้ (5 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับ ฌอน เค.โอ. นีล เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ระหว่างนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) ว่า มีการพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ การอัปเดตสถานการณ์ และการเจรจาการค้าภาษีนำเข้า ซึ่งอยู่ในกระบวนการเจรจา และยังพูดถึงความร่วมมือในการป้องกันประเทศ ขณะที่ความร่วมมือในการใช้สนามบินของไทยถือเป็นความร่วมมือปกติด้านความมั่นคง ที่ทำกับหลายประเทศ เช่น การเติมเชื้อเพลิง แต่การใช้เป็นฐานปฏิบัติการของอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเรามีความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้อยู่ในนโยบายของเรา
สำหรับการหารือกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ภายหลังเกิดเหตุสู้รบในตะวันออกกลางนั้น สีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้หารือแล้ว สิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดคือการนำคนไทยในอิหร่านอพยพออกมาทั้งหมด หากคนไหนพร้อมเราจะนำออกมา ส่วนจะอพยพเมื่อไหร่นั้นมีแผนอยู่แล้ว แต่ขอไม่เปิดเผย และตนได้ประสานกับทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เรื่องความปลอดภัย รวมทั้งได้ประสานกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล โดยแจ้งรายละเอียดว่ามีแผนการอพยพอย่างไร ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งเส้นทางควรจะปลอดภัยจากการสู้รบ
ส่วนกรณีที่ทูตอิหร่านระบุว่า อยากเห็นไทยเป็นตัวกลาง เพื่อให้เกิดสันติภาพทั้งสองฝ่ายนั้น สีหศักดิ์ กล่าวว่า เราอยากเห็นสันติภาพอยู่แล้ว มีอดีตข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศบอกว่าประเทศไทยไม่มีจุดยืน แต่ตนยืนยันว่า จุดยืนอันดับแรกของเรา คือความปลอดภัยของคนไทย และเราไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งนี้ อีกทั้งเราต้องการเห็นสันติภาพ การเจรจาทางการทูต และการแก้ไขปัญหาด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรยูเอ็น นี่คือจุดยืนของไทย ยืนยันว่าสิ่งที่เราแถลงมีความชัดเจน มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะการดูแลคนไทยแสนคนในแถบตะวันออกกลาง


