×

SCC – พรีวิว 4Q66: คาดกำไรลดลง QoQ

15.01.2024
  • LOADING...

เกิดอะไรขึ้น:

 

พรีวิว 4Q66 InnovestX Research คาดว่า บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) จะรายงานขาดทุนสุทธิ 500 ล้านบาท ใน 4Q66 แย่ลงจากที่มีกำไรสุทธิ 2.4 พันล้านบาท ใน 3Q66 หลักๆ เกิดจากขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของธุรกิจซีเมนต์ในเมียนมา ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท (ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอบบัญชี) และขาดทุนจากสินค้าคงคลังจำนวน 500 ล้านบาท 

 

หากตัดรายการพิเศษออกไป กำไรปกติ 4Q66 จะอยู่ที่ 2.0 พันล้านบาท ลดลงจาก 3Q66 ที่ 3.0 พันล้านบาท กำไรปกติที่ลดลง QoQ สะท้อนถึง: 1. ปริมาณการขายโพลีโอเลฟินส์ที่ลดลง จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานระยองโอเลฟินส์คอมเพล็กซ์ (ROC) เป็นเวลา 45 วันใน 4Q66 

 

และ 2. ส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่แคบลง (ส่วนต่างราคา HDPE อยู่ที่ 363 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ใน 4Q66 เทียบกับ 384 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ใน 3Q66 และส่วนต่าง PP อยู่ที่ 291 ดอลลาร์สหรัฐ ใน 4Q66 เทียบกับ 305 ดอลลาร์สหรัฐ ใน 3Q66) เพราะต้นทุนแนฟทาสูงขึ้น (เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ) กำไรของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (CBM) คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว QoQ เนื่องจากแรงฉุดรั้งจากตลาดภูมิภาค โดยเฉพาะเวียดนามที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์อ่อนแอ จะได้รับการชดเชยจากการดำเนินงานในประเทศไทยที่แข็งแกร่ง 

 

สำหรับแนวโน้มกำไร 1Q67 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น QoQ โดยได้แรงหนุนจากช่วงไฮซีซันของความต้องการปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ประกอบกับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล (โครงการ Easy e-Receipt) และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากความต้องการและราคาขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นในตลาดจีน ตลาดไทย และตลาดภูมิภาค 

 

นอกจากนี้ยังคาดว่าส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์จะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยใน 1Q67 จากอุปทานในตลาดที่ลดลง ซึ่งส่งผลทำให้ส่วนต่างราคา HDPE ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำที่ 336 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนธันวาคม 2566 สู่ 369 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน ส่วนต่างราคา PP ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันจากระดับต่ำที่ 290 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในเดือนธันวาคม 2566 สู่ 401 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในปัจจุบัน 

 

ทั้งนี้ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในระยะกลางถึงระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงงาน Long Son Petrochemical (LSP) แห่งใหม่ (หนุนกำลังการผลิต PE/PP เพิ่มขึ้น 70%) ซึ่งมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องโรงงาน Upstream ใน 1H67 อย่างไรก็ดี InnovestX Research ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2566 ลดลง 25% เพื่อสะท้อนธุรกิจเคมิคอลส์ที่อ่อนแอกว่าคาด แต่ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ไว้เหมือนเดิม เนื่องจากคาดว่ากำไรของทุกธุรกิจจะฟื้นตัว

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น SCC ปรับลง 0.34% สู่ระดับ 290 บาท ขณะที่ SET Index ปรับขึ้น 2.88% สู่ระดับ 1,413.53 จุด 

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

 

ในปี 2567 คาดว่ากำไรปกติจะปรับตัวดีขึ้น YoY โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์และปริมาณการขายที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงต้นทุนพลังงานสูงจากความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนยังคงเรตติ้ง Outperform สำหรับ SCC ด้วยราคาเป้าหมาย 357 บาทต่อหุ้น (ปัจจุบันหุ้น SCC เทรดที่ P/BV ปี 2566 เพียง 0.8 เท่า) และมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มกำไรในระยะกลางถึงระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากกำลังการผลิตเพิ่มเติมที่โรงงาน LSP และส่วนต่างราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ที่จะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2567 เนื่องจากอุปทานจะเติบโตลดลงในระยะ 5 ปีข้างหน้า (ปี 2567-2571: เพิ่มขึ้น 2.5%YoY เทียบกับเพิ่มขึ้น 5% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา)

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ การเปลี่ยนแปลงในกำลังซื้อและต้นทุนที่สูงขึ้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงอุปทานเพิ่มเติมจำนวนมากที่จะเข้าสู่ตลาด

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising