วานนี้ (8 ตุลาคม) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานดูแลผู้สูงอายุในซอยเรวดี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสื่อมวลชนว่ามีการล่ามโซ่และให้อดอาหารผู้ป่วย จากการตรวจสอบพบการดำเนินการที่ผิดมาตรฐานอย่างชัดเจน พร้อมทลายศูนย์เถื่อนที่ลักลอบเปิดให้บริการในลักษณะเดียวกันเพิ่มอีก 2 แห่ง เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดทันที
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยว่า พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ทีมพนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการตรวจค้นอาคารชั้นเดียวซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น พบว่ามีการขออนุญาตดูแลผู้สูงอายุเพียง 9 เตียง แต่กลับมีเตียงให้บริการจริงถึง 14 เตียง โดยมีผู้รับบริการ 11 ราย ซึ่งไม่ผ่านการประเมินมาตรฐานทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ
จากการขยายผลตรวจสอบเพิ่มเติมไปยังอาคาร 3 ชั้นที่อยู่ติดกัน พบการลักลอบให้บริการเตียงเกินกว่าที่ขออนุญาตถึง 66 เตียง โดยมีผู้รับบริการกลุ่มจิตเวช 59 ราย นอกจากนี้ยังพบการใช้บ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่ห่างออกไปราว 200 เมตร เปิดให้บริการอีก 19 เตียง และพบผู้ป่วยจิตเวชอีก 14 ราย ซึ่งทั้งอาคาร 3 ชั้นและบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ไม่ได้รับการขออนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแต่อย่างใด
เบื้องต้น พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเตรียมพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย ทางสถานดูแลฯ จะต้องติดต่อญาติให้มารับกลับ ส่วนรายที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้ กรมสุขภาพจิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี จะร่วมกันดูแลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังสถานที่ที่เหมาะสม
ด้าน อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. ย้ำว่า ตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 สถานดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอร์สซิงโฮม (Nursing Home) ได้รับอนุญาตให้ดูแลเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทางร่างกายทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่สถานพยาบาลเฉพาะทาง จึงไม่สามารถรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรงหรือต้องใช้การควบคุมพิเศษได้ เนื่องจากไม่มีแพทย์เฉพาะทางด้านจิตเวชหรือพยาบาลจิตเวชประจำ การฝ่าฝืนจึงถือเป็นการกระทำที่ผิดมาตรฐานและผิดกฎหมายอย่างชัดเจน


