×

Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้)

01.01.2026
  • LOADING...
Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้)

ภาพของเด็กหนุ่มสาวที่มายืนจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสชาติในช่วงเช้าของวันหยุดสุดสัปดาห์หน้าร้านกาแฟกลิ่นหอม คือภาพที่เป็นกระจกสะท้อนของสิ่งที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจในเวลานี้

 

เพราะ ‘การวิ่ง’ เป็นกระแสที่ไม่รู้จักคำว่าแผ่วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา (หรืออาจจะมากกว่า) และเราอาจกล่าวได้ว่ากลายเป็นกระแสหลัก (Mainstream) ไปแล้วด้วยซ้ำ

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าดีใจ เพราะการที่คนรุ่นใหม่ใส่ใจกับสุขภาพร่างกายกันตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาวไม่ได้เป็นแค่กำไรชีวิตสำหรับพวกเขาในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบตามมาอีกมากมายไม่ต่างอะไรจากการกระพือปีกของผีเสื้อ

 

สิ่งที่น่าสนใจคือกระแสรักการวิ่งนี้จะยืนยาวสักแค่ไหน และมันจะเปลี่ยนแปลงหรือแปลงร่างไปในรูปแบบไหนอีกหรือเปล่าในปี 2026 ที่จะถึงนี้?

 

Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้) 1

 

รองเท้าใหม่ เน้นทน!

 

ปีที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ออกว่ารองเท้ารุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่สุดคือ adidas EvoSL รองเท้าวิ่งที่ออกแบบมาอย่างดีสำหรับทุกคนและใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย จะวิ่งซ้อมก็ได้ วิ่งแข่งก็พอไหว

 

แต่สิ่งเริ่มเปลี่ยนแปลงให้เห็นคือรองเท้าวิ่งที่กำลังจะกลายเป็นกระแสหลักใหม่คือรองเท้าวิ่งในแบบที่เรียกว่า Gravel running shoes

 

รองเท้าวิ่งที่รองรับการวิ่งบนพื้นผิวที่ขรุขระ เป็นกรวด เป็นทราย เป็นหิน

 

ที่เป็นเช่นนี้เพราะปัจจุบันเหล่านักวิ่งจำนวนหนึ่งผ่านจุดของการเลือกรองเท้าจากความสวยหรือความทันสมัยเป็นหลัก ความสนใจต่อรองเท้าในกระแสจึงลดลงไปและหันไปโฟกัสในเรื่องของคุณสมบัติมากกว่า

 

จุดนี้คือสิ่งที่ทำให้เกิดกระแสของรองเท้าแบบ Gravel หรือจะเรียกง่ายๆคือรองเท้าวิ่งแบบไฮบริด ซึ่งนอกจากจะใช้งานได้ดีบนการวิ่งถนนหรือตามสวน แต่ยังใช้ได้ดีในการออกไปลุยตามรายการเทรล เข้าป่าเข้าเขาด้วย

 

Salomon นำกระแสนี้มา ล่าสุด adidas ก็ออก EvoSL ATR ตามมาแล้ว และจะมีอีกหลายรุ่นจากหลายแบรนด์ที่ตามมาอย่างแน่นอน

 

นอกจากสวยแล้วยังต้องทนด้วย คือคีย์เวิร์ดสำคัญของรองเท้าวิ่งในปีหน้า

 

Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้) 2

 

เข้าป่า เข้าเขา เข้าใจ

 

อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่าเดี๋ยวนี้นักวิ่งหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยได้อัปเลเวลของตัวเองไปอีกขั้น หลังผ่านการสะสมประสบการณ์การวิ่งในสวน หรือการวิ่งในเมือง (City run) มาสักระยะหนึ่ง

 

เป้าหมายต่อไปคือการวิ่งประเภทเทรล (Trail) ซึ่งความจริงก็เป็นที่นิยมมากสักระยะแล้วในหมู่นักวิ่งที่มีประสบการณ์

 

การวิ่งเทรลนั้น แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากเพราะเป็นการวิ่งในสภาพแวดล้อมที่บางครั้งเป็นเหมือนสมรภูมิจนตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ตูมาทำอะไรที่นี่ฟระ”

 

แต่ในเวลาเดียวกัน การวิ่งเทรลก็เป็นการ ‘บำบัด’ (Healing) จิตใจที่ดีทีเดียว เพราะทำให้ได้ออกมาสัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง ต้นไม้ใบหญ้า ป่าเขา ผืนดิน ท้องฟ้า แม่น้ำ และสายฝน

 

สำหรับมนุษย์ยุคปัจจุบันที่ต้องแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การใช้เวลาไปกับธรรมชาติมากหรือน้อยจะช่วยบำบัดจิตใจได้อย่างแน่นอน

 

ปัจจุบันนักวิ่งจำนวนมากสนใจกับรายการวิ่งเทรลระยะสั้น ซึ่งนอกจากจะได้เปิดโลกใบใหม่แล้ว ยังถือเป็นโอกาสในการท่องเที่ยวพักผ่อนไปในตัวด้วย

 

ส่วนจะยกระดับเป็นนักวิ่งเทรลในเลเวลที่โหดขึ้นไปอีกไหม ให้เป็นเรื่องของความรู้สึกบ่งบอกเอาเอง

 

Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้) 3

 

Run club never die

 

กระแสรันคลับ (Run club) ในช่วงปีที่ผ่านมาร้อนแรงสุดๆ สังเกตได้จากในสวนสาธารณะใจกลางเมืองหลวงที่คราคร่ำไปด้วยเหล่านักวิ่งหน้าใหม่ (และหน้าใส) จำนวนมาก

 

ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมในการวิ่งแตกต่างจากเมื่อก่อน

 

จากการวิ่งที่เป็นกิจกรรมทำคนเดียว วิ่งคนเดียว หรืออย่างมากก็วิ่งกับเพื่อนสนิทรู้ใจ กลายเป็นกิจกรรมแบบกลุ่ม มีการพบปะ มีการสังคม เกิดเป็น Community ขึ้นมา และกลายเป็น Run club ในแบบเดียวกับที่มีในต่างประเทศหลายปีก่อนหน้านี้

 

ความพิเศษสำหรับ Run club ในบ้านเราคือหลายคลับเป็นกลุ่มก้อนที่น่ารัก มีการนัดแนะ มีเสื้อกลุ่ม มีการหากิจกรรมโน่นนี่นั่นมาทำด้วยกัน และที่สำคัญคือมีการดูแลกันและกันของสมาชิก

 

หลายคนได้เพื่อนใหม่ ได้พี่ๆน้องๆที่ดี ที่มากกว่าแค่เรื่องของการวิ่งไปถึงคำแนะนำในการทำงานและการใช้ชีวิต และอาจจะรวมถึงคอนเน็กชันที่ต่อกันติดง่ายเพราะสนใจในเรื่องเดียวกัน

 

ส่วนใครจะพบรักกันกลางคลับ หรือจะอกหักเพราะรักนักวิ่งก็ให้เป็นเรื่องโชคชะตาแต่ละคนไป

 

แต่ที่แน่ๆคือกระแสรันคลับจะไปต่อแน่ๆในปี 2026 เพราะจุดติดแล้ว แบรนด์ต่างๆเข้ามาสนับสนุนอย่างเต็มที่เพราะได้ผลดีและตรงกลุ่มเป้าหมาย (ป้ายยาขายของง่าย และบางทีไม่ต้องป้ายยาก็ได้เต็มใจซื้อ!)

 

Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้) 4

 

ของ(เล่น)ใหม่

 

แน่นอนว่าถ้าคิดจะเข้าวงการวิ่งแล้ว สิ่งที่ต้องมีกันแทบทุกคนคือสมาร์ทวอทช์ หรือ Wearable device ติดข้อมือกัน

 

ไม่ใช่แค่การนับก้าวหรือระยะทาง แต่ในปัจจุบันเป็นเครื่องมือในการดูแลสุขภาพที่จำเป็นและมีความสำคัญอย่างมาก ไปจนถึงยังเป็นเหมือนการพกพาโค้ชฉลาดๆ ส่วนตัวไปกับเราด้วยทุกที่

 

ในปี 2026 การแข่งขันตลาดสมาร์ทวอชและ Wearable device จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแห่งตลาดแมสอย่าง Apple Watch ไปจนถึงเพื่อนคู่ใจของเหล่านักวิ่งจากตระกูล Garmin

 

Samsung Galaxy Ring 2 ก็คาดว่าจะออกในปีนี้และน่าจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ได้รับความสนใจ (และมีข่าวลือว่าอาจจะได้เห็น Apple Ring ด้วย)

 

ขณะที่เสื้อผ้าจากแบรนด์ต่างๆเชื่อว่าจะมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นสำหรับเหล่านักวิ่ง ที่จะต้องเบา ใส่สบาย ระบายเหงื่อได้ดีขึ้นไปอีกขั้น (แต่เราก็จะใส่เสื้อของรันคลับต่อไป)

 

Running Fever เจาะเทรนด์รันนิ่ง สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 (และไปได้ไกลกว่านี้) 5

 

เลิกวิ่งตามกระแส

 

สิ่งสำคัญที่สุดเหนืออื่นใดสำหรับการวิ่งคือการเปลี่ยนจากการวิ่งตามกระแสเป็นการวิ่ง

 

ในความหมายคือจริงอยู่ที่หลายคนอาจจะหันมาเข้าวงการวิ่งเพราะอยากวิ่งตามกระแส อยากเข้าสังคม อยากหากิจกรรมทำ แต่เชื่อว่าจะมีคนจำนวนมากที่ได้คำตอบให้กับตัวเอง

 

เราออกวิ่งทำไม?

 

และเชื่ออีกว่าคนเหล่านี้จะได้คำตอบที่น่าพอใจว่า การออกสิ่งที่ผ่านมานั้นเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดของชีวิต เพราะไม่มีอะไรจะเสีย มีแต่ได้เต็มไปหมด

 

ได้สุขภาพที่ดี ได้จิตใจที่โปร่งใส บางคนอาจจะได้เพื่อนใหม่ ได้สังคมใหม่ พบเจอโลกใหม่

 

โดยไม่ทันรู้ตัว ก็หลงรักการวิ่งจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว ซึ่งนั่นจะทำให้หลุดพ้นจากคำว่าวิ่งตามกระแส เพราะการวิ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้แล้ว

 

ที่เหลือก็อยู่ที่เรารักการวิ่งแบบไหน วิ่งในสวน วิ่งในเมือง วิ่งเทรล หรือวิ่งแข่ง

 

นี่คือคำตอบของชีวิตที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

 

เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเราออกวิ่งเท่านั้น 🙂

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising