×

โรมให้ปากคำ-นำพยานหลักฐานยื่นเพิ่มเติมกรณี ส.ว. อุปกิต ด้านอัยการเตรียมเรียก ส.ว. สอบในสิ้นเดือนนี้

โดย THE STANDARD TEAM
21.03.2023

วันนี้ (21 มีนาคม) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี รังสิมันต์ โรม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าให้ปากคำในฐานะพยานในการดำเนินคดี อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ปรากฏเกี่ยวกับขบวนการของ ตุน มิน ลัต จากการที่รังสิมันต์ได้ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอส่งหลักฐานเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 

 

รังสิมันต์กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่มี แต่คนในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายควรทำตัวเองให้มีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้คดีมันเฉื่อยชาแบบนี้ ถ้าตนจำไม่ผิดคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรเมื่อเดือนมกราคมนี้เอง จนถึงก่อนที่มีความชัดเจนว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ทำไมตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ 

 

ตนมีความคาดหวังว่าพนักงานอัยการจะทำหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ ดูจากการที่ นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ปฏิบัติงานมา ตนก็ค่อนข้างมีความคาดหวัง เพราะดูแล้วท่านก็ให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ก็หวังว่าคดีนี้ทางอัยการสูงสุดจะให้ความสำคัญเช่นกัน มิฉะนั้นอาจจะถูกคนครหาไปต่างๆ นานาที่จะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ถ้าตนเป็นอัยการหรือตำรวจ ตอนนี้ตนออกหมายจับ ส.ว. รายดังกล่าวไปแล้ว เพราะถ้าเกิดการหลบหนีขึ้นมา ใครรับผิดชอบ ทางอัยการสูงสุดรับผิดชอบไหวหรือ ทาง บช.ปส. รับผิดชอบไหวหรือไม่

 

ส่วนที่อีกฝ่ายดำเนินการฟ้องกลับรังสิมันต์ในคดีทางอาญา รังสิมันต์กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขาที่จะดำเนินคดี ทางตนก็มีพยานหลักฐาน ที่นำมาวันนี้เป็นเพียงบางส่วน หากทางอัยการต้องการตนก็กลับไปนำมาเพิ่มให้ได้ แต่ก็เชื่อว่าทางอัยการมีหลักฐานมากกว่าตน คิดง่ายๆ ว่า ตุน มิน ลัต โดนอย่างไร ส.ว. คนดังกล่าวก็ควรโดนอย่างนั้น เพราะพยานหลักฐานชุดเดียวกัน แล้วที่อ้างว่าในช่วงโควิดนั้นด่านต่างๆ มีการปิด ตนต้องขอบอกว่ามันมีอีกหลายวิธีการและโอนเงินได้ในช่วงนั้น การที่ ส.ว. รายนี้จะอธิบายชี้แจงอย่างไรก็เป็นสิทธิของเขา แต่ตนก็ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของตนได้ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อภิปรายในสภา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เมื่อยุบสภาไปแล้วทางรังสิมันต์จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย จะมีผลต่อการต่อสู้ในเรื่องต่างๆ หรือไม่ รังสิมันต์กล่าวว่า ทันทีที่ปิดสมัยประชุมก็จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับตอนออกหมายจับตัว ส.ว. ก็ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเช่นกัน ดังนั้นถ้าตั้งแต่วันนั้นสามารถออกหมายจับได้ ไม่ได้เป็นการล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติอย่างไร 

 

“ผมไม่ได้เป็น ส.ส. แล้วก็คงมีข้อจำกัดในเรื่องที่ผมต้องให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งด้วย ก็ต้องแบ่งเวลาจัดการบริหารมากกว่า แต่ในเรื่องนี้ผมก็ยังจะเดินหน้าต่อไป และผมก็มั่นใจว่าแค่ดูพยานหลักฐานที่ตนมี สามารถนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้แล้ว ต่อไปก็เป็นการพิจารณาของศาลทำหน้าที่ว่าสุดท้ายจะจบอย่างไร” รังสิมันต์กล่าว

 

ด้าน วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสอบสวน ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอัยการร่วมสอบสวนที่อัยการสูงสุดได้ตั้งขึ้น กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รังสิมันต์ได้เคยยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด โดยระบุว่ามีพยานหลักฐาน 13 ฉบับ 

 

อัยการสูงสุดซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในความผิดนอกราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ อาญา) มาตรา 20 จึงได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการสอบสวนกับกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (บก.ปส.3) ร่วมกันเป็นพนักงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวนประชุมร่วมกันแล้วเห็นควรว่า เมื่อรังสิมันต์อ้างว่ามีพยานหลักฐานดังกล่าว ทางคณะทำงานสอบสวนจึงเรียกมาสอบในฐานะพยาน และให้ยื่นเอกสารเข้าสู่สำนวนการสอบสวน เพื่อที่จะได้เป็นการสอบสวนที่ถูกต้องเป็นระบบ ผ่านชุดพนักงานสอบสวนที่อัยการสูงสุดได้ตั้งขึ้น

 

สำหรับความคืบหน้าในคดีขณะนี้มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือคดี ตุน มิน ลัต กับพวก ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 

ส่วนคดีที่ 2 เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ พร้อมทั้งอาศัยพยานหลักฐานในชุดเดิม รวมถึงการสอบสวนเพิ่มเติมใหม่ จากเดิมที่อัยการสูงสุดได้สั่งสอบเพิ่มเติมไว้ 4 ประเด็น ซึ่งได้ทำการสอบหลักฐานสำคัญเสร็จไปแล้ว 3 ประเด็น โดยตั้งแต่ได้รับมอบหมายวันที่ 26 มกราคม ทางคณะทำงานก็ทำงานกันไม่หยุด จนถึงปัจจุบันก็ทำงานกันมาตลอด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการล่าช้าแต่อย่างใด และในช่วงอีก 2-3 วันนี้ ทางคณะทำงานสอบสวนก็จะเดินทางไปสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ด้วย ซึ่งภายในเดือนนี้คาดว่าจะสรุปสำนวนเสนอไปยังอัยการสูงสุดพิจารณา ซึ่งยืนยันว่าจะทำสำนวนให้รวดเร็วที่สุด

 

วัชรินทร์กล่าวต่อไปว่า คดีนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักรเป็นไปตาม ป.วิ อาญา มาตรา 20 เป็นอำนาจอัยการสูงสุดแต่ผู้เดียว คณะทำงานจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ดีที่สุดเพื่อนำเสนออัยการสูงสุด จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จในสิ้นเดือนนี้ ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่อย่างไร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องเรียกอุปกิตมาสอบสวนด้วยหรือไม่ วัชรินทร์กล่าวว่า อันนี้แน่นอน ถ้าพยานหลักฐานที่กำลังจะเดินทางไปสอบสวนนี้แล้วเสร็จ จะนำพยานหลักฐานที่เสร็จสิ้นแล้วมาเพื่อสอบสวนต่อ เพราะว่าเราทำการสอบสวนไม่ได้เพื่อที่จะสอบสวนไปเพื่อแจ้งข้อหาหรือจับอุปกิตก่อน แล้วค่อยสอบสวนหาพยานหลักฐาน แต่เราจะทำจากการหาพยานหลักฐานทั้งหมดให้ครบถ้วน แล้วค่อยพิจารณาว่าอุปกิตได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ จึงค่อยพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา 

 

เพราะถ้าเราไปแจ้งข้อกล่าวหาเลยก่อนที่จะมีพยานหลักฐาน ระยะเวลาต่างๆ ตามกฎหมาย มันจะมีระยะเวลาในการทำงานตาม ป.วิ อาญา มาตรา 113 แต่ถ้าเราสอบสวนพยานทุกอย่างเสร็จสิ้นชัดเจนแล้ว ตรงนี้มันจะเป็นแนวทางการสอบสวนที่ถูกต้อง ก็คือการสอบทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เรียกว่าจะต้องดูพยานหลักฐานที่คณะทำงานกำลังทำกันอยู่ 


READ MORE





Latest Stories