ในอดีต หากพูดถึง “ดีไซเนอร์เอเชีย” ที่ได้รับการยอมรับในเวทีแฟชั่นระดับโลก ภาพจำมักจะวนเวียนอยู่กับประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Kenzo Takada, Rei Kawakubo, Yohji Yamamoto หรือ Issey Miyake ที่นำเสนอแนวคิดอันล้ำลึก และ ท้าทายกรอบเดิมของแฟชั่นตะวันตก จนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการ แต่ในขณะเดียวกัน เสียงจากเอเชียประเทศอื่นๆ กลับยังคงอยู่ในเงา ไม่ว่าจะด้วยข้อจำกัดด้านโอกาส โครงสร้างอุตสาหกรรม หรือการเข้าถึงแพลตฟอร์มระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน ภูมิทัศน์ของแฟชั่นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ พื้นที่ของ ดีไซเนอร์ เอเชียไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงญี่ปุ่นอีกต่อไป แต่กำลังขยายตัวไปสู่ เกาหลีใต้ จีน และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ด้วยพลังของดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมให้โลกนั้นแคบลง และการเปิดรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทำให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่สามารถนำเสนออัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกรอบเดิมของแฟชั่นตะวันตกอีกต่อไป
สิ่งที่น่าสนใจคือ ดีไซเนอร์เอเชียยุคใหม่นี้ไม่ได้พยายาม “เลียนแบบ” พวกเขากำลัง “นิยาม” ผ่านมุมมองที่ผสมผสานระหว่างรากวัฒนธรรมและความร่วมสมัย ตั้งแต่การตีความงานดีไซน์แบบใหม่ ไปจนถึงการใช้ Storytelling และ Subculture เป็นเครื่องมือในการสร้างแบรนด์ จนทำให้พวกเขากลายเป็นที่จับตามองมากขึ้นในเวทีแฟชั่นระดับโลก และนี่คือ 7 แบรนด์จากเอเชีย ที่กำลังกลายเป็น “New Corps” ของวงการแฟชั่น
AURALEE
แบรนด์จากญี่ปุ่นโดย Ryota Iwai คือภาพสะท้อนของ “Quiet Luxury” ในเวอร์ชันเอเชียอย่างแท้จริง Auralee โดดเด่นด้วยการพัฒนาวัสดุและเนื้อผ้าเป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็นวูล แคชเมียร์ หรือคอตตอน ที่ถูกพัฒนาให้มีเทกซ์เจอร์และน้ำหนักที่แตกต่างอย่างมีมิติ ความเรียบง่ายของ Auralee ไม่ได้หมายถึงความธรรมดา กลับกันมันคือความพิถีพิถันในระดับที่ละเอียดอ่อน ตั้งแต่โทนสีที่ถูกคุมอย่างแม่นยำ ไปจนถึงซิลูเอตต์ที่ดูรีแลกซ์ แต่ยังคงความ Sophisticate เช่นเดียวกับ Songzio แบรนด์ Auralee เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ขาประจำของ Paris Fashion Week ที่นับวันในแต่ละคอลเล็กชั่นจะเติบโตและแข็งแรงด้านวิสัยทัศน์ ไม่เพียงแค่นั้น Auralee ยังได้รับคำชมจาก Fashion Insiders ว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่นิยามความโมเดิร์นของเสื้อผ้าได้อย่างยอดเยี่ยม

IWANNABANGKOK
แบรนด์จากประเทศไทยที่สะท้อนพลังของ new generation อย่างชัดเจน Iwannabangkok ไม่ได้ยึดติดกับโครงสร้างแฟชั่นแบบเดิม แต่เลือกใช้อารมณ์ขัน การเสียดสี และไวรัลจากอินเทอร์เน็ตมาเป็นส่วนหนึ่งของ DNA แบรนด์ ผสมผสานเข้ากับ streetwear ในมุมที่ขี้เล่นและ self-aware ซึ่งสะท้อนวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ในเอเชียได้อย่างตรงไปตรงมา การเติบโตของแบรนด์นี้มาจาก Organic Growth ผ่านโซเชียลมีเดีย และคนในวงการแฟชั่น รวมถึงเด็กเจเนอเรชันใหม่ในทุกๆ รูปแบบ ทำให้ Iwannabangkok กลายเป็น Creative Hub ด้านแฟชั่นใหม่ของคนไทยและเอเชีย จุดพีกที่ทำให้แบรนด์กลายเป็นที่สนใจทั่วโลกมาจากการที่แบรนด์นี้ได้รับโอกาสให้ออกแบบชุดขึ้นคอนเสิร์ตให้กับ LISA วง BLACKPINK ถึงสองครั้ง และล่าสุดกับงานคอลแลบอเรชัน LLOUD x Iwannabangkok ที่ LISA มีส่วนร่วมในการออกแบบนำเสนอตัวตนความเป็นไทยของเธอสู่ตลาดสากล

MARKGONG
ดีไซเนอร์ชาวจีน Mark Gong คือหนึ่งในคลื่นลูกใหม่ที่สะท้อนพลังของแฟชั่นจากประเทศจีน เขาตีความเฟมินีนผ่านเลนส์ที่ร่วมสมัยและเป็นสากลมากขึ้น จนทำให้แบรนด์ของเขาสามารถสื่อสารกับคนได้ทั้งในเอเชียและตะวันตกอย่างลื่นไหล จุดเด่นของ Markgong อยู่ที่การสร้างซิลูเอตต์ที่เน้นสรีระผู้หญิงอย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยอารมณ์ที่ขี้เล่นและ Provocative ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Cut-out, Asymmetric Tailoring หรือ Fabric Manipulation สิ่งเหล่านี้ทำให้ผลงานของเขามีความยั่วยวนในแบบที่ไม่เกินงามแต่ยังคงพลังและความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ Markgong ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบอบแฟชั่นของจีนที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่จีนถูกมองในฐานะ “Production Hub” สู่การเป็น “Creative Force” ที่สามารถสร้างมุมมองความงามและเรื่องราวของตัวเองได้อย่างแข็งแรง

FANCI CLUB
แบรนด์เวียดนามที่ก่อตั้งโดย Duy Tran เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 ซึ่งช่วงสามปีแรกนั้น Fanci Club เน้นงานดีไซน์ Upcycle คือการนำเสื้อผ้ามือสองมาทำใหม่ หลังจากประสบความสำเร็จจึงเริ่มผลิตคอลเล็กชันของตัวเองอย่างจริงจัง ดีไซน์ของแบรนด์นี้จะเน้นส่วนผสมระหว่าง Y2K และ Body Conscious เสื้อเข้ารูปที่เน้นการตัดเย็บเฉียบคมและเน้นการใช้วัสดุที่หรูหรา จนกลายเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล ยิ่งไปกว่านั้นด้วยงานดีไซน์อันโดดเด่น ทำให้ Fanci Club กลายเป็นเสื้อผ้าที่เซเลบริตีระดับโลกหลายคนเลือกไปสวมใส่ อาทิ JENNIE และ LISA รวมถึง Dua Lipa ที่เคยสวมใส่แล้วด้วยเช่นกัน รวมถึงอยู่บนหน้านิตยสารแฟชั่นชั้นนำระดับโลกมากมาย Fanci Club ก้าวขึ้นสู่ Emerging Fashion Brands ของเวียดนามอย่างแท้จริง เมื่อพูดถึงแบรนด์เวียดนาม จะต้องมีชื่อของ Fanci Club ติดอยู่โพลด้วยอย่างแน่นอน

NONGRAK
Nongrak คืออีกหนึ่งแบรนด์จากประเทศไทยที่กำลังสร้างภาษาแฟชั่นของตัวเองอย่างชัดเจน โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การชูงานคราฟต์ เน้นงานฝีมือผสมผสานเข้ากับงานออกแบบที่ดูโมเดิร์นได้อย่างลงตัว Nongrak ไม่เน้นความเร็วในการปล่อยคอลเล็กชัน แต่เลือกที่จะโฟกัสการทำงานแบบทีละชิ้นแบบ Slow Fashion ให้กลายเป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บ การเลือกวัสดุ หรือการสร้างซิลูเอตต์ที่มีความเฉพาะตัว ทำให้ Nongrak กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มองหา New Voice จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดแบรนด์ Nongrak ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นจากการเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิง LVMH Prize ในปีนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ชื่อของ Nongrak เป็นที่พูดถึงมากขึ้นในวงการแฟชั่น

SOSHIOTSUKI
แบรนด์จากญี่ปุ่นโดย Soshi Otsuki เป็นหนึ่งในชื่อที่น่าจับตามองที่สุดในวงการ Menswear ด้วยการนำเสนอเทเลอริงที่ผสมผสานระหว่างความ Traditional และ Experimental อย่างมีชั้นเชิง งานของ Soshiotsuki มักตั้งคำถามกับโครงสร้างของเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วน การตัดเย็บ หรือการนำเอเลเมนต์จากยูนิฟอร์มและเวิร์กแวร์ มาตีความใหม่ทำให้เกิดซิลูเอตต์ที่ดูคุ้นเคย แต่แฝงไปด้วยความแปลกใหม่ จุดแข็งของแบรนด์คือการสร้างเรื่องราวผ่านเสื้อผ้า ซึ่งทำให้แต่ละคอลเล็กชันมี Storytelling ที่ชัดเจนและลึกซึ้ง ด้วยวิธีทางความคิดอันซับซ้อนแต่กลับสามารถถ่ายทอดออกมาให้เข้าถึงได้ ทำให้ Soshiotsuki สามารถชนะรางวัล LVMH Prize Awards ในปี 2025 มาครองได้สำเร็จ

SONGZIO
แบรนด์จากเกาหลีใต้ที่ก่อตั้งโดยดีไซเนอร์ Song Zio เป็นอีกหนึ่งชื่อของดีไซเนอร์ชาวเอเชียผู้มีพื้นที่บนเวที Paris Fashion Week อยู่เสมอ งานของ Songzio มีรากฐานจากงานศิลปะและงานเทเลอริงที่ผสานความดาร์กเข้ากับความ Poetic อย่างมีเอกลักษณ์ รวมถึงการสร้างซิลูเอตต์อันเฉียบคมและการเล่นเลเยอร์ทับซ้อนกันผ่านการใช้โทนสีได้อย่างน่าอัศจรรย์ จุดเด่นของ Songzio อยู่ที่การหาบาลานซ์ระหว่างความ Avant-garde และ Commercial ได้อย่างลงตัว ทำให้เสื้อผ้าของเขามีความเป็นกึ่งงานทดลอง ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ล่าสุดนี้แบรนด์ Songzio ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างจากการที่เขาเป็นดีไซเนอร์หลักในการออกแบบเสื้อผ้าให้กับวง BTS ในการคัมแบ็กพร้อมกันรอบหลายปี โดยเขาได้ผสานงานดีไซน์แบบดั้งเดิมของเสื้อผ้าเกาหลีเข้ากับซิลูเอตต์แบบโมเดิร์น สะท้อนพลังของแบรนด์ที่สามารถถ่ายทอดวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นป๊อปคัลเจอร์ได้


