×

PTTGC แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/63 พลิกกลับมามีกำไร เพราะไม่มีขาดทุนสต๊อกและอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมาก

29.07.2020
  • LOADING...

เกิดอะไรขึ้น:

SCBS ได้ทำพรีวิวผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ซึ่งคาดว่าจะประกาศวันที่ 7 สิงหาคม 2563 โดย PTTGC เป็นบริษัทจดทะเบียนซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) มากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรม และมากที่สุดเป็นอันดับที่ 12 ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

กระทบอย่างไร:

นับตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/63 จนถึงวันนี้ (29 กรกฎาคม) ราคาหุ้น PTTGC ฟื้นตัว 54.10% สู่ระดับ 47.00 บาท จากระดับ 30.50 บาท โดยได้แรงหนุนจากความหวังต่อทิศทางอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ที่จะฟื้นตัวดีขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของปี 63 และไม่มีผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบจำนวนมากเหมือนในไตรมาส 1/63

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS คาดว่า PTTGC จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 จำนวน 1.24 พันล้านบาท จากขาดทุน 8.8 พันล้านบาทในไตรมาส 1/63 เพราะไม่มีขาดทุนสต๊อกและอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากเหมือนในไตรมาส 1/63 สำหรับกำไรปกติคาดว่าอยู่ที่ระดับ 1.20 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3%QoQ ซึ่งเกิดจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานโอเลฟินส์ใน 1Q63 ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ยังคงอ่อนแอ

 

ธุรกิจโอเลฟินส์ SCBS คาดว่า EBITDA Margin จะลดลงสู่ 8% จาก 9% ในไตรมาส 1/63 ซึ่งเกิดจากราคา PE ที่ลดลง 10%QoQ แต่ได้รับการชดเชยจากอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงแครกเกอร์โอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับมากกว่า 100% จากระดับ 81-89% ใน 1Q63 นอกจากนี้ PTTGC ยังนำแนฟทามาใช้เป็นวัตุดิบเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคา PE-แนฟทา ที่กว้างขึ้น

 

ธุรกิจอโรมาติกส์ แม้ส่วนต่างราคา PX และ BZ จะอ่อนแอลง 35% และ 64%QoQ แต่อัตราการใช้กำลังการผลิตยังคงเต็มกำลังการผลิต เพราะมีวัตถุดิบจากโรงกลั่นน้ำมันและมีอุปสงค์สำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นปลาย นอกจากนี้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้ เช่น LPG คอนเดนเสทเรสิดิว และแนฟทาเบา ยังคงเกื้อหนุน และถูกนำมาใช้ให้กับโรงแครกเกอร์โลเอฟินส์เพื่อเพิ่มกำไร

 

สำหรับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน SCBS คาดว่า Market GRM จะลดลงสู่ระดับ 2.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 3.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 1/63 เทียบกับ Singapore GRM ที่ติดลบ 0.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีสาเหตุมาจาก Crack Spread ของน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาที่ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ PTTGC ยังลดกำลังการผลิตน้ำมันอากาศยานลงเหลือ 0 ในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ แม้ PTTGC จะมีการกลับรายการขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่ได้รับจำนวน 3 พันล้านบาท แต่บริษัทจะมีรายการขาดทุนสต๊อกสุทธิจำนวน 700 ล้านบาทในไตรมาส 2/63 ซึ่งเกิดจากต้นทุนน้ำมันดิบสูง จากการขนส่งระยะไกล ซึ่งมาจากสหรัฐฯ และแอฟริกาตะวันตก โดยน้ำมันจาก 2 แหล่งนี้คิดเป็นสัดส่วน 80% ของน้ำมันดิบที่ใช้ใน 1Q63

 

มุมมองระยะยาว:

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 63 SCBS คาดว่า จะอ่อนแออย่างมาก และทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากค่าการกลั่นยังคงอยู่ในระดับต่ำ และทิศทางอุปสงค์ที่ยังไม่ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับปกติ สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไปคือ ทิศทางราคาน้ำมัน และ GRM ที่ยังคงผันผวน ผลกระทบของโควิด-19 ต่ออุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี รวมถึงกระแสของการห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories