วันนี้ (13 มีนาคม) เมื่อเวลา 14.00 น. กลุ่มมุสลิมที่สนับสนุนอิหร่าน นำโดยกลุ่ม PSC Thailand และเครือข่ายพันธมิตร ได้นัดหมายรวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถนนสุขุมวิท เพื่อจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ ‘แสดงพลังต่อต้านอาชญากรรมระหว่างประเทศ’ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถขยายเสียงและประดับธงชาติอิหร่านเพื่อใช้ประกอบการปราศรัย
เนื้อหาหลักของการปราศรัย มุ่งเน้นไปที่การประณามปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของ อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมถึงเหตุโจมตีโรงเรียนประถมในกรุงเตหะราน ที่ส่งผลให้มีครูและนักเรียนเสียชีวิตกว่าร้อยคน
โดยทางกลุ่มผู้จัดกิจกรรมมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการรุกรานที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งได้กล่าวสดุดีการเสียชีวิตของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ว่าเป็นการพลีชีพเพื่ออุดมการณ์อันยิ่งใหญ่
ทางด้าน พัชนีย์ คำหนัก ตัวแทนกลุ่ม PSC Thailand ขึ้นกล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า จุดประสงค์ของการมารวมตัวในวันนี้คือการเรียกร้องสันติภาพ พร้อมต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมและการคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาคประชาชนมีหน้าที่ในการพิทักษ์ความยุติธรรมของสังคม และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องออกมาแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องชาวอิหร่านและชาวปาเลสไตน์
ขณะที่ สมชาย สายสวัสดิ์ รองประธานสมาพันธ์อัลกุดส์นานาชาติแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดกิจกรรม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า โดยปกติแล้วกิจกรรมในลักษณะนี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน (เดือนถือศีลอด) เพื่อเรียกร้องเสรีภาพให้แก่ชาวปาเลสไตน์ แต่การจัดงานในปีนี้มีความแตกต่างออกไป เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดขั้นสุดในตะวันออกกลาง ทั้งการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านในห้วงเวลาของการถือศีลอด และการโจมตีที่คร่าชีวิตเด็กบริสุทธิ์ชาวอิหร่านจำนวนมาก
สมชาย ได้กล่าววิพากษ์วิจารณ์บทบาทขององค์การสหประชาชาติ (UN) และโลกอาหรับ ว่าไม่ให้ความเป็นธรรมแก่อิหร่าน โดยละเลยที่จะประณามการกระทำของสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่กลับชี้นำว่าอิหร่านเป็นผู้ก่อการร้าย ทางกลุ่มจึงขอตั้งคำถามกลับไปยังประชาคมโลกว่า แท้จริงแล้วอิหร่านคือผู้ถูกกดขี่ หรือเป็นผู้รุกรานกันแน่ พร้อมระบุถึงจุดจบของสถานการณ์ความขัดแย้งนี้ว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลจะต้องไม่มีที่ยืนบนแผนที่โลก
นอกจากประเด็นระดับสากลแล้ว สมชายยังได้ส่งข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลไทย โดยฝากเตือนไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลรักษาสถานะความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด พร้อมระบุว่าหากไทยยังมีท่าทีเอนเอียงไปทางสหรัฐอเมริกาและปราศจากความยุติธรรม ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นในอนาคต
สำหรับบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวนกว่า 1 กองร้อย เข้าตรึงกำลังเฝ้าระวังพื้นที่รอบสถานทูตอย่างเข้มงวด โดยมีการตั้งจุดตรวจคัดกรองบุคคลที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ชุมนุมทุกคน
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมตัวเพื่อปราศรัยและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่มีการยื่นหนังสือข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ก่อนที่ทางกลุ่มจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 16.00 น. โดยเหตุการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย


















