วันนี้ (7 ตุลาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หมู่ 11 บ้านสามพอก ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมวลน้ำที่เข้าท่วมขังในพื้นที่ ครอบคลุมกว่า 115 หลังคาเรือน และส่งผลกระทบต่อประชากรจำนวน 311 คน โดยพื้นที่ชุมชนส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำบางปะกง ทำให้ระดับน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรโดยรอบอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ขยายวงกว้าง ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เลือกที่จะไม่อพยพไปยังศูนย์พักพิง แต่ปรับตัวเพื่ออาศัยอยู่ร่วมกับระดับน้ำที่ท่วมขังภายในบ้านเรือนของตนเอง โดยยกสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมถึงที่นอนและเครื่องใช้ภายในบ้านขึ้นสู่ที่สูง เพื่อเปิดพื้นที่ให้สามารถพักอาศัยได้ ขณะที่บางครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำที่สูงถึงระดับเอวภายในตัวบ้าน
ภาพที่พบในพื้นที่สะท้อนให้เห็นการปรับตัวของชาวบ้านอย่างชัดเจน หลายบ้านต่อเติมแคร่ไม้หรือพื้นที่ยกสูงขึ้นจากระดับน้ำ เพื่อใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนและนอนหลับ บางหลังยกเตียงขึ้นไว้บนพื้นที่สูง พร้อมจัดวางพัดลมและเครื่องใช้จำเป็นไว้ด้านบน เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตต่อไปได้แม้พื้นที่ชั้นล่างของบ้านจะถูกน้ำท่วมทั้งหมด ขณะที่รถจักรยานยนต์และยานพาหนะบางส่วนถูกนำไปจอดไว้บนพื้นที่สูง ส่วนที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ต้องจอดแช่อยู่บริเวณหน้าบ้าน
หนึ่งในชาวบ้านสะท้อนว่า การปรับพื้นที่ภายในบ้านให้สามารถอยู่กับน้ำได้เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องของความเคยชิน แต่เป็นการเอาตัวรอด สำหรับคนที่ยังจำเป็นต้องอยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่ยังไม่สามารถย้ายออกไปอยู่ที่อื่นได้
สำหรับบางบ้าน การใช้ชีวิตในช่วงน้ำท่วมต้องเปลี่ยนรูปแบบการเข้าออกจากบ้านโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่ใช้ประตูบ้านตามปกติ ต้องเปลี่ยนมาใช้เส้นทางที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ยกสูงหรือชั้นลอยภายในบ้าน เพื่อขึ้นไปยังบริเวณที่จัดไว้เป็นพื้นที่พักอาศัย ขณะที่การเดินทางเข้าออกบ้านต้องใช้เรือเข้ามาเทียบถึงบริเวณหน้าบ้าน
แม้จะต้องเผชิญกับน้ำท่วม แต่ชาวบ้านบางส่วนยังคงออกมานั่งพักและพายเรืออยู่ภายนอกบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ใช้เวลาช่วงกลางวันออกมาพายเรือเป็นคู่ ทำกิจวัตรต่างๆ และจับปลาตามวิถีชีวิตในพื้นที่ เนื่องจากภายในบ้านมีอากาศร้อนและพื้นที่ใช้สอยจำกัด การออกมาข้างนอกจึงเป็นทั้งการคลายร้อนและช่วยให้มีพื้นที่ทำกิจกรรมระหว่างที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วม
บรรยากาศโดยรอบยังพบประชาชนออกมาหาปลาและยิงปลาตามแนวสะพานและพื้นที่น้ำท่วมตลอดทั้งวัน เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้ามาในบริเวณชุมชนมากขึ้น ขณะที่ถนนหลายสายซึ่งเดิมเป็นเส้นทางสัญจรของคนในพื้นที่ กลายสภาพเป็นทางน้ำที่เชื่อมต่อกับพื้นที่โดยรอบ
ด้านสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ ชาวบ้านยังพยายามช่วยเหลือและดูแลไม่ทอดทิ้ง โดยมีการสร้างชั้นลอย แคร่ไม้ หรือตะแกรงยกสูง เพื่อย้ายสัตว์ขึ้นมาอยู่เหนือระดับน้ำ ทั้งไก่และแพะ ขณะที่ฝูงเป็ดต้องว่ายน้ำหากินอยู่รอบพื้นที่เลี้ยงที่ถูกน้ำท่วม ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการรับมือกับอุทกภัยของชาวบ้านไม่ได้มีเพียงการรักษาชีวิตของคน แต่ยังรวมถึงการรักษาสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกครัวเรือนที่จะสามารถปักหลักอยู่ในบ้านได้ ผู้ใหญ่บ้านให้ข้อมูลว่า ประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ได้ย้ายออกไปพักอาศัยกับญาติแล้ว ขณะที่บางครอบครัวยังคงเลือกอยู่ที่บ้าน เนื่องจากต้องดูแลทรัพย์สิน บ้านเรือน และสัตว์เลี้ยงของตนเอง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงนำเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงพักอาศัยอยู่ภายในชุมชน รวมถึงติดตามสถานการณ์ของผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่อาจจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือหรืออพยพออกจากพื้นที่














