“Victory belongs to the most tenacious”
ประโยคคลาสสิกที่อยู่บนเชนเตอร์คอร์ตฟิลิปป์ ชาตริเยร์ ในโรลังด์ การ์รอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมันอาจจะกลายเป็นประโยคที่เหมาะสมที่สุด ที่จะอธิบายความสำเร็จของ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ ที่ต่อสู้ ฝ่าฟัน จนมาได้แชมป์แกรนด์สแลมแรกในวัย 29 ปี
คำว่า tenacious สื่อถึงความมุ่งมั่น ดื้อดึงในทางบวก และไม่ยอมล้มเลิกแม้เผชิญอุปสรรค ดังนั้นประโยคด้านบนนั้น อาจจะแปลได้ว่า “ชัยชนะเป็นของผู้ที่ยืนหยัดและไม่ยอมแพ้ง่ายๆ” หรือ “ชัยชนะเป็นของผู้ที่แน่วแน่และอดทนที่สุด” ซึ่งก็ต่างอธิบายถึงซเวเรฟได้ทั้งสิ้น
นักเทนนิสวัย 29 ปี ชาวเยอรมนี ที่ครองตำแหน่งมือ 3 ของโลก คว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในอาชีพได้สำเร็จในรายการเฟรนช์ โอเพน หลังเจอกับความล้มเหลวและเจ็บปวดในนัดชิงแกรนด์สแลมมาถึง 3 ครั้งก่อนหน้านี้
เขาเอาชนะฟลาวิโอ โคโบลลี นักหวดมือ 14 ของโลกจากอิตาลีในรอบชิงชนะเลิศไปได้ 3-2 เซต สกอร์ 6-1, 4-6, 6-4, 6-7 ไทเบรก 5-7 และ 6-1 ซึ่งเป็นการยุติการรอคอยหลังจากเทิร์นโปรมานาน 13 ปี
ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นในสถานที่เดียวกับที่เขาเคยพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวดต่อคาร์ลอส อัลการาซ เมื่อสองปีก่อน
ในแมตช์ชิงชนะเลิศ ซเวเรฟใช้ประสบการณ์ที่มากกว่ากดดัน โคโบลลีตั้งแต่เริ่ม โดยหลังชนะเสี่ยงเหรียญ เขาเลือกที่จะเป็นฝ่าย ‘รับลูกเสิร์ฟ’ ก่อนเพื่อทดสอบความนิ่งของคู่แข่งที่เข้ามาเล่นในนัดชิงแกรนด์สแลมครั้งแรก และมันได้ผล เพราะนักหวดวัย 24 ปีจากอิตาลี เล่นด้วยความประหม่าและเสียเซตแรกไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 40 นาที
ในเซตที่สอง โคโบลลีเริ่มตั้งตัวได้และเปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้ลูกโด่งที่มีความเร็วน้อยเพื่อให้ลูกกระดอนสูงบนคอร์ตดิน บีบให้ซเวเรฟต้องสร้างพลังในการตีเอง กลยุทธ์นี้ประกอบกับความผิดพลาดจากดับเบิ้ลฟอลต์ของซาช่า ทำให้นักหวดจากอิตาลีพลิกกลับมาเก็บเซตสองไปได้
แต่ทางซเวเรฟกลับมาเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ในเซตที่สามด้วยลูกเสิร์ฟที่ทรงพลัง โดยมีสถิติเสิร์ฟแรกลงสูงถึง 79% และชนะแต้มจากเสิร์ฟแรกได้มากถึง 95% ทำให้เขานำ 2-1 เซต
แต่ในเซตที่ 4 ซาช่าเริ่มมีอาการล้าและแสดงความประหม่าออกมา คล้ายกับเหตุการณ์ในนัดชิงปี 2024 ที่เขาแพ้อัลการาซ ที่ตอนนั้นนำก่อน 2-1 เซต แม้ในแมตช์นี้เขาจะพยายามฮึดสู้จนไล่มาเสมอที่ 5-5 แต่โคโบลลี ก็ยังนิ่งพอที่จะเอาชนะในช่วงไทเบรกและลากการแข่งขันไปถึงเซตตัดสิน
ในเซตตัดสิน แม้โคโบลลีจะมีโมเมนตัมจากการชนะเซตสี่ แต่เขากลับไม่สามารถรักษามาตรฐานเดิมได้ เขาพลาดลูกโอเวอร์เฮดที่ตั้งมาให้สแมชหลายครั้งและตัดสินใจเลือกช็อตผิดพลาดในจังหวะวิกฤต ในขณะที่ซเวเรฟแม้ร่างกายจะดูอ่อนล้าแต่ก็ใช้ความเก๋าเกมเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย 6-1 ในเซตสุดท้าย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคยผ่านจุดชี้เป็นชี้ตายในเซตที่ 5 ของแกรนด์สแลม และพลาดมาก่อนของซาช่า ทำให้เขารับมือกับแรงกดดันได้ดีกว่าในช่วงท้าย แม้ว่าสภาพร่างกายจะเริ่มถดถอยก็ตาม
และแม้จะเหนื่อยเท่าไหร่ อ่อนล้าแค่ไหน แต่ทันทีที่เขาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ เขาก็ทิ้งตัวลง เอามือปิดหน้าและเหมือนจะมีน้ำตาหลั่งออกมา
การรอคอยของเขายาวนาน 13 ปี ที่ผ่านความเจ็บปวดมานับไม่ถ้วน สิ้นสุดลง ณ จุดจุดนั้น
สำหรับซเวเรฟ ฟิลิปป์ ชาตริเยร์ เคยเป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่เลวร้าย ทั้งการบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าอย่างรุนแรงในปี 2022 และการแพ้ในรอบชิง 5 เซตต่ออัลการาซ เมื่อสองปีก่อนหน้า การชนะครั้งนี้จึงเป็นการล้างความรู้สึกเหล่านั้นออกไปทั้งหมด
ซเวเรฟกล่าวหลังแมตช์ว่าเขาไม่สนใจหากใครจะมองว่าเขาเป็นผู้เล่นที่แย่ที่สุดที่เคยได้แชมป์แกรนด์สแลม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาสามารถคว้าถ้วยรางวัลมาครองได้สำเร็จแล้ว
โดยปกติแล้ว รอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมมักถูกครอบครองโดยเหล่านักเทนนิสระดับเหนือมนุษย์ ย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล, โนวัค ยอโควิช, คาร์ลอส อัลการาซ หรือ ยานนิค ซินเนอร์
แต่ในปีนี้สายการแข่งขันเปิดกว้างขึ้นหลังจากที่อัลการาซถอนตัวเพราะบาดเจ็บข้อมือ, ซินเนอร์ป่วยและเป็นตะคริวตกรอบไปก่อน รวมถึงยอโควิชที่แพ้ให้กับดาวรุ่งอย่างชูเอา ฟอนเซกา
ทำให้การชิงชัยครั้งนี้กลายเป็นโอกาสของเหล่านักเทนนิสที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘ปุถุชน’ ที่ต้องสู้กันเพื่อก้าวขึ้นไปคว้าโอกาสที่หาได้ยากนี้
และถึงแม้จะเป็นปุถุชนเหมือนกัน แต่ซเวเรฟก็ยังโดดเด่นในบรรดาคนเหล่านั้น
ซเวเรฟคว้าแชมป์มาสเตอร์ส 1000 ได้ 7 รายการตลอดอาชีพ โดยส่วนใหญ่ที่ทำได้จะเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินยุโรป (5 จาก 7 ครั้ง) และยังเป็นแชมป์ ATP ไฟนอลส์ อีก 2 สมัย แม้แต่เหรียญทองโอลิมปิก เขาก็คว้ามาครองได้สำเร็จแล้ว
สิ่งเดียวที่เขายังขาดไปในอาชีพคือการได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแชมป์แกรนด์สแลม เพียงแต่ซาช่าอาจจะเป็นคนที่โชคร้ายไปสักหน่อย เพราะเขาเทิร์นโปรในปี 2013 ซึ่งเป็นยุคที่ บิ๊ก 3 อย่างนาดาล, เฟเดอเรอร์ และ ยอโควิชยังผลัดกันไล่ล่าความสำเร็จ
ในยุคที่ยอดมนุษย์เรืองอำนาจเหนือวงการเทนนิส อย่าว่าแต่จะลุ้นแชมป์เลย การจะเข้าชิงแกรนด์สแลมยังเป็นเรื่องลำบาก
กว่าซาช่าจะได้ชิงฯ แกรนด์สแลมครั้งแรก คือ 8 ปีหลังจากเทิร์นโปร แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาต้องพบกับความเจ็บปวดจากการพ่ายโดมินิค ธีม ในรอบชิงชนะเลิศยูเอส โอเพน 2-3 เซต ทั้งที่นำไปก่อน 2-0
หลังจากนั้นวงการเทนนิสชายก็ผลัดใบ โรเจอร์-ราฟา โรยลาและอำลา โนเล่ก็ไม่เหมือนเดิม แต่ความโหดร้ายของเวทียอดมนุษย์ยังไม่เปลี่ยนไป เพราะคนที่ก้าวขึ้นมาชื่อว่าคาร์ลอส อัลการาซ กับยานนิก ซินเนอร์
และชื่อทั้ง 2 ชื่อนี้ก็ยัดเยียดความพ่ายแพ้ในรอบชิงฯ แกรนด์สแลมให้ซเวเรฟอีกคนละครั้งในเฟรนช์ โอเพน 2024 และออสเตรเลียน โอเพน 2025
อันที่จริงแล้ว ความพ่ายแพ้ที่โรลังด์ การ์รอส ในปี 2024 ต่ออัลการาซ ทางซเวเรฟออกมายอมรับว่าเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากความเจ็บปวดทั้งหมด ซาช่ายังคงลุกขึ้นและเดินหน้าต่อไป จนมาเจอกับโอกาสที่ดีที่สุดในเฟรนช์ โอเพน ครั้งนี้ และเขาก็ไม่ยอมพลาดอีก
สำหรับคนทั่วไป ชัยชนะเหนือฟลาวิโอ โคโบลลี อาจจะหมายถึงแชมป์แกรนด์สแลม แต่สำหรับซเวเรฟ มันคือสิ่งที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต สายตาตอนที่เขากอดถ้วยรางวัลไว้แน่นและกล่าวขอบคุณทุกฝ่าย มันมีความดีใจทะลุออกมาอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากความพ่ายแพ้ ล้มเหลว เจ็บปวดในรอบชิงฯ ถึง 3 ครั้ง และในรอบอื่นๆ นับไม่ถ้วน ในที่สุดซเวเรฟก็มาถึงจุดนี้
บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเพราะเขาโชคดีที่ไม่เจอกับยอดมนุษย์ในรายการนี้ จนทำให้เขามีโอกาสคว้าแชมป์ แต่ก็เป็นเขาเองไม่ใช่หรือที่คว้าโอกาสที่ลอยมานั้นไว้ได้ และยังไม่ต้องนับว่าโชคก็อาจจะนับเป็นฝีมืออย่างหนึ่งเช่นกัน
ในวินาทีที่ซเวเรฟรับถ้วยรางวัลแล้วมองสูงขึ้นไป เขาคงเห็นประโยค “Victory belongs to the most tenacious” บนอัฒจันทร์สนาม
และมันอาจจะบอกเขาว่า ถ้วยรางวัลในมือ คู่ควรกับเขาแล้วก็ได้
ภาพ: Jean Catuffe / Getty Images
อ้างอิง
- https://www.bbc.com/sport/tennis/articles/c992081nnpko
- https://www.bbc.com/sport/tennis/articles/c1ky3ddv1vzo
- https://www.nytimes.com/athletic/7340383/2026/06/07/alexander-zverev-grand-slam-title-domestic-abuse-allegations/
- https://www.nytimes.com/athletic/7340384/2026/06/07/grand-slam-french-open-final-cobolli-zverev/
- https://www.espn.com/tennis/story/_/id/48992847/alexander-zverev-wins-french-open-claims-1st-grand-slam-title


