วันนี้ (31 สิงหาคม) พ.ต.อ. พันษา อมราพิทักษ์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาล(สน.)ยานนาวา ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย หรือ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ถึง 2,400 นาย เพื่อดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งวัน
จัดกำลังคุมเข้มและคัดกรองบุคคล
เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังตั้งด่านตรวจคัดกรองยานพาหนะและบุคคลที่จะเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม โดยเฉพาะการตรวจสอบบุคคลต้องห้ามและอาวุธผิดกฎหมายตามถนน 4 สายหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยฯ ได้แก่ ถนนพญาไท, ถนนราชวิถี, ถนนดินแดง, และถนนพหลโยธิน นอกจากนี้ ยังมีการวางกำลัง 8 จุดบนสกายวอล์ก, 6 จุดสำหรับชุดสายตรวจเคลื่อนที่ และ 13 จุดสำหรับกำลังในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชนไว้ภายในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และตำรวจนอกเครื่องแบบอีก 100 นาย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่สงบหรือความปั่นป่วนที่อาจเกิดขึ้น
สถานการณ์โดยรวมยังปกติ แต่มีการเฝ้าระวัง
จากการข่าวเบื้องต้น พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลที่อาจฉวยโอกาสเข้ามาก่อเหตุ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบอาวุธมีด 1 เล่ม และมีดคัตเตอร์ 2 เล่ม จากการตั้งด่านตรวจสกัด ซึ่งจากการสอบสวนพบว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย
สำหรับการจัดการจราจร พ.ต.อ. พันษา กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังตำรวจจราจร 80 นาย เพื่อดูแลการจราจรบนถนนพญาไทและถนนดินแดงที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีห้างสรรพสินค้าและโรงเรียนกวดวิชาจำนวนมาก รวมถึงได้เตรียมช่องทางพิเศษสำหรับรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อเข้าโรงพยาบาลในพื้นที่โดยรอบอีกด้วย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ย้ำเตือนเรื่องการบินโดรนในพื้นที่การชุมนุม โดยผู้ที่ต้องการบินโดรนจะต้องมีใบอนุญาตและแจ้งขออนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบการละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด