วันนี้ (13 มีนาคม) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการด่วนให้หน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งประเมินว่าอาจขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม โดยมุ่งเน้นไปที่การประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
- สายงานป้องกันปราบปรามและการรักษาความสงบเรียบร้อย: ให้ยึดหลักการจัดผลัดปฏิบัติหน้าที่ให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับบริบทในแต่ละพื้นที่ โดยต้องคงขีดความสามารถในการตอบสนองต่อการแจ้งเหตุและเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงทีเช่นเดิม เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
- สายงานบริการประชาชนและงานสนับสนุน: ให้พิจารณาปรับลดจำนวนข้าราชการตำรวจที่เข้ามาปฏิบัติงาน ณ ที่ตั้ง ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของภารกิจ โดยส่งเสริมให้ประชาชนยื่นขออนุญาตหรือรับบริการผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดการเดินทางของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ สำหรับภารกิจส่วนอื่น ๆ ให้หัวหน้าหน่วยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาระดับประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนด 5 มาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายและทุกหน่วยงานในสังกัดยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
1. มาตรการส่วนบุคคล: รณรงค์ลดการใช้พลังงานในที่พักอาศัยและยานพาหนะ ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถยนต์ทางราชการ หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง ให้พิจารณาเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นลำดับแรกและหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัว
2. มาตรการในสถานที่ปฏิบัติราชการ: ควบคุมการเปิดใช้แสงสว่างและเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับจำนวนผู้มาปฏิบัติงาน บูรณาการพื้นที่ทำงานให้อยู่ในสถานที่เดียวกันเพื่อลดการใช้ห้อง ตลอดจนปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ไม่ได้ใช้งาน
3. มาตรการระดับหน่วยงาน: ให้งดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการจัดประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ตลอดจนการเดินทางไปราชการต่างประเทศ รวมถึงให้พิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยงาน เป็นการตรวจผ่านระบบออนไลน์ทดแทน ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนทางราชการ
4. มาตรการด้านสถานศึกษาและศูนย์ฝึกอบรม: ให้สถานศึกษาและหน่วยฝึกอบรมในสังกัด ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน การฝึกอบรม รวมถึงการประชุมสัมมนา เป็นรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการเดินทางของกำลังพล
5. มาตรการแต่งกายและลดการใช้ทรัพยากร: กำหนดให้ข้าราชการตำรวจแต่งกายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางการประหยัดพลังงาน (เพื่อลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ) รวมถึงรณรงค์ลดการใช้ลิฟต์ ประหยัดกระดาษ และลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองต่าง ๆ ภายในสำนักงาน


