×

กองปราบฯ เปิดปฏิบัติการ Ghost Buster รวบมือดีรับจ้างแข่งแทนนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติชุดซีเกมส์ 2025 นายกสมาคมฯ สั่งแบนตลอดชีพ

โดย THE STANDARD TEAM
13.02.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่กองปราบปรามและนายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย แถลงข่าวจับกุมผู้ทุจริตการแข่งขันอีสปอร์ตซีเกมส์

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วย สันติ โหลทอง นายกสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ Ghost Busterปราบปรามขบวนการทุจริตการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) กรณีพบการจ้างวานเล่นแทน (Smurfing/Piloting) ในรายการแข่งขันเกม Arena of Valor (RoV) ประเภททีมหญิง

 

พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์ เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยรายการที่มีปัญหาคือการแข่งขัน RoV ทีมหญิง รอบระหว่างทีมชาติไทยพบทีมชาติเวียดนาม เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของชาติอย่างรุนแรง ส่งผลให้นักกีฬาทีมชาติไทยถูกตัดสิทธิจากการแข่งขันทันที สมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยจึงได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎการแข่งขัน แต่ยังเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

 

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จำนวน 3 จุด ได้แก่ บ้านพักและหอพักของไชโย หรือ ก้อง Cheerio ในจังหวัดนครพนมและนนทบุรี และคอนโดมิเนียมของ ณภัทร หรือ Tokyogurl ในจังหวัดนนทบุรี

 

ผลการตรวจค้นพบผู้กระทำผิดทั้งสองราย พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ ข้อมูล IP Address และบทสนทนาทางแอปพลิเคชันที่ยืนยันการกระทำความผิด

 

ร.ต.อ.นนทกร นันทะน้อย รอง สว.กก.5 บก.ป. ให้รายละเอียดพฤติการณ์ว่า ความผิดปกติเริ่มปรากฏตั้งแต่ช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนการแข่งขันประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อนร่วมทีมสังเกตเห็น ณภัทร มีการสลับหน้าจอไปมาระหว่างซ้อม ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่า ณภัทร ได้ให้นายไชโยล็อกอินเข้าบัญชีเพื่อเล่นแทนผ่านโปรแกรม Discord แม้โค้ชจะเคยเรียกตักเตือนแต่เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างว่าเพียงให้เพื่อนช่วยดูฟอร์มการเล่น

 

กระทั่งวันแข่งขันจริง (15 ธ.ค. 68) ณภัทร ได้วางแผนส่ง User และ Password ให้ไชโยสวมรอยเล่นแทนในรอบที่เจอกับทีมชาติเวียดนาม แต่เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคในรอบที่สอง ทำให้ไม่สามารถส่งรหัสได้ ประกอบกับกรรมการผู้ตัดสินพบพิรุธ จึงสั่งตรวจสอบและตัดสิทธิ์การแข่งขันทันที

 

จากการสอบสวน ไชโย รับสารภาพว่ารับจ้างเล่นให้ ณภัทร มานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่ก่อนคัดตัวเข้าทีมชาติ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 300-500 บาท สำหรับแรงจูงใจในการทุจริตครั้งนี้ ไชโยระบุว่า หากชนะได้เหรียญทองจะได้รับรางวัลเป็นโทรศัพท์ iPhone รุ่นใหม่ แต่หากแพ้จะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าเช่าบ้านหรือค่าน้ำมันรถ

 

พ.ต.ท.คำนวณ จันทร์อนันต์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. ระบุว่า การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสอง เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการและสั่งฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันแล้ว โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 17 มีนาคม 2569

 

ด้าน นายกสมาคมอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย กล่าวแสดงความเสียใจและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียงในฐานะเจ้าภาพและผู้นำวงการอีสปอร์ตระดับเอเชีย

 

“เราพบการกระทำผิดและดำเนินการถอนตัวจากการแข่งขันทันทีเพื่อรักษาเกียรติภูมิของนักกีฬาไทยที่เหลือ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่ามีการฝึกซ้อมการโกงซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ สำหรับบทลงโทษทางสมาคมฯ มีคำสั่ง ห้าม ณภัทร ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมของสมาคมตลอดชีพ ส่วนไชโย แม้ไม่ใช่นักกีฬาในสังกัด แต่จะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าร่วมภารกิจของสมาคมตลอดชีพเช่นกัน” สันติ กล่าว

 

สันติ ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงมาตรการป้องกันว่า ปกติสมาคมจะมีโทรศัพท์กลางสำหรับแข่งขันที่นักกีฬาจะไม่ได้สัมผัสจนกว่าจะแข่ง แต่กรณีนี้เป็นบทเรียนเรื่องการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความหละหลวมของโค้ช ซึ่งได้มีการตำหนิและตักเตือนแล้ว

 

พล.ต.ต.พัฒนาศักดิ์ กล่าวฝากข้อคิดถึงเยาวชนและนักกีฬาอีสปอร์ตว่า การเป็นตัวแทนทีมชาติคือเกียรติยศสูงสุด ขอให้มีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพ การทุจริตไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงประเทศ แต่ยังทำลายอนาคตของตนเอง ทำให้มีประวัติอาชญากรรมติดตัวตลอดชีวิต ชัยชนะที่ได้มาจากการโกงไม่มีความน่าภาคภูมิใจ และขอให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกคนในวงการ

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising