×

ตร. ปรับยุทธวิธีเข้ายึดพื้นที่รอบแฟลตดินแดง ก่อนรวมตัวชุมนุม มีข้อมูลมือยิง คฝ. แล้ว พบวิถีจากมุมสูง เจตนาเอาชีวิต

โดย THE STANDARD TEAM
08.10.2021
แฟลตดินแดง

วันนี้ (8 ตุลาคม) พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ทำหน้าที่โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (โฆษก บช.น.) เปิดเผยว่า หลังจากมีการก่อความไม่สงบ และมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณแฟลตดินแดง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เมื่อวานนี้ (7 ตุลาคม) ตำรวจนครบาลได้ปรับแผนเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณโดยรอบแฟลตดินแดง ก่อนที่กลุ่มทะลุแก๊สจะรวมตัว จนถึงเวลา 04.00 น. ไม่พบการรวมตัวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จึงถอนกำลัง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ให้ใช้แผนดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น จากเดิมที่เน้นดูแลพื้นที่สาธารณะ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุมีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น ตำรวจจึงใช้การเข้ายึดและควบคุมพื้นที่ โดยใช้ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามทั่วไป และจะมีการจัดหายุทโธปกรณ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ เช่น หมวกกันกระสุน ซึ่งปฏิบัติการนี้ได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนแฟลตดินแดงเป็นอย่างดี จึงจะใช้วิธีการนี้ต่อเนื่อง โดยประชาชนในพื้นที่ยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และหากกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนย้ายไปยังจุดอื่น ตำรวจได้มีการวางกำลังเตรียมพร้อมไว้แล้ว 

 

สำหรับความคืบหน้าอาการของ ส.ต.ต. เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน หรือ หมู่เดวิด ผู้บังคับหมู่กองกำกับการอารักขา 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ที่ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ ขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมบริเวณแฟลตดินแดง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุด รู้สึกตัว ลืมตาได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยยังต้องเฝ้าระวังอาการทางสมอง และทางเดินหายใจอย่างใกล้ชิด

 

ส่วนความคืบหน้าการหาตัวผู้ก่อเหตุ ตำรวจพอมีข้อมูลแล้ว แต่ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใด ยืนยันมีเจตนาฆ่า เล็งเห็นผลถึงชีวิต เนื่องจากวิถีกระสุนพบว่า ยิงมาจากที่สูง ส่วนชนิดของกระสุน อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน ขณะที่ผลจากการปิดล้อมแฟลตดินแดงตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ ที่สามารถจับผู้ร่วมชุมนุมได้กว่า 70 คน พบว่ามีการชักชวนกันมาชุมนุมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการให้การเรื่องอาวุธปืน และระเบิดแสวงเครื่อง แต่ยังไม่ยืนยันว่าในจำนวนนี้มีผู้ก่อเหตุยิงหมู่เดวิดหรือไม่

 

พล.ต.ต. จิรสันต์ ยังย้ำเตือนว่า ผู้ที่มีหมายจับในคดีค้างเก่า หรือเคยเข้าร่วมการชุมนุม หากพบมีการกระทำผิดซ้ำ ตำรวจจะขอศาลพิจารณาลงโทษสถานหนัก รวมทั้ง ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน ที่อาจถูกชักจูงให้เข้าร่วมก่อความวุ่นวาย เนื่องจากหากพบว่าปล่อยปละละเลย ก็ถือว่ามีความผิดด้วย

 

ส่วนวันนี้ยังต้องเฝ้าระวังการนัดหมายของกลุ่มทะลุแก๊ส บริเวณแยกใต้ด่วนดินแดง ที่เชื่อว่าจะมีการก่อความวุ่นวายในพื้นที่ และเคลื่อนที่ไปยังบริเวณใกล้เคียง โดยตำรวจนครบาลได้จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และมอบหมายผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว


READ MORE






Latest Stories