×

ฝุ่น PM2.5 ยังเกินเกณฑ์ 44 จังหวัด รัฐบาลเร่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ คุมเข้มไฟป่า ตั้งเป้าปิดจบควันพิษก่อนสงกรานต์

โดย THE STANDARD TEAM
07.04.2026
  • LOADING...
ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าในไทย

วันนี้ (7 เมษายน) ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เมื่อเวลา 07.00 น. พบว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในภาพรวมของประเทศยังคงพบค่าเกินมาตรฐานกระจายตัวอยู่ใน 44 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

สถานการณ์ในพื้นที่ภูมิภาคต่างๆ พบว่า ภาคเหนือ ยังคงได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยคุณภาพอากาศส่วนใหญ่เกินค่ามาตรฐาน ตรวจวัดได้ระหว่าง 53.8 – 197.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 5 อันดับแรก

 

ได้แก่ แม่ฮ่องสอน (94.1-197.2 มคก./ลบ.ม.), เชียงใหม่ (66.3-196.3 มคก./ลบ.ม.), เชียงราย (99.1-132.4 มคก./ลบ.ม.), น่าน (92.0-120.7 มคก./ลบ.ม.) และพะเยา (114.0 มคก./ลบ.ม.) นอกจากนี้ยังพบค่าฝุ่นเกินเกณฑ์ในจังหวัดลำปาง ลำพูน พิษณุโลก แพร่ พิจิตร อุทัยธานี อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ และสุโขทัย

 

ส่วน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพอากาศส่วนใหญ่เกินค่ามาตรฐาน ตรวจวัดได้ 27.9 – 124.1 มคก./ลบ.ม. เช่นเดียวกับ ภาคกลางและตะวันตก ที่เกินเกณฑ์เป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 23.3 – 69.9 มคก./ลบ.ม. สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน 12 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25.9 – 43.6 มคก./ลบ.ม.

 

ขณะที่ ภาคตะวันออก คุณภาพอากาศภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (22.1 – 37.1 มคก./ลบ.ม.) และ ภาคใต้ เป็นเพียงภูมิภาคเดียวที่มีคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี (17.3 – 21.5 มคก./ลบ.ม.)

 

ในด้านข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูล ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 พบจุดความร้อนในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 2,269 จุด โดยกว่าร้อยละ 65 หรือ 1,470 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ป่า ซึ่งจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดเรียงตามลำดับ ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยภูมิ แม่ฮ่องสอน ตาก และลำปาง

 

เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหา โดยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้าภาคเหนือ) เพื่อบูรณาการการทำงานในพื้นที่ 17 จังหวัดอย่างเบ็ดเสร็จ

 

มีเป้าหมายสำคัญคือ การปิดจบปัญหาไฟป่าให้ได้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า ซึ่งจากมาตรการเชิงรุกนี้ ส่งผลให้จุดความร้อนทั่วประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55% ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน โดยลดลงจาก 5,083 จุด (4 เม.ย.) เหลือ 2,927 จุด (5 เม.ย.) และเหลือ 2,269 จุด (6 เม.ย.)

 

อย่างไรก็ตาม แม้จุดความร้อนภายในประเทศจะลดลง แต่สถานการณ์ฝุ่นละอองกลับยังไม่คลี่คลายเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยทางสภาพอุตุนิยมวิทยาและปัญหาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบจุดความร้อนจำนวนมาก ได้แก่ เมียนมา (5,010 จุด), สปป.ลาว (4,261 จุด), เวียดนาม (807 จุด) และกัมพูชา (786 จุด) ภาครัฐจึงเร่งผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการดับไฟอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศและประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อบรรเทาสถานการณ์

 

ทั้งนี้ ศกพ. ได้ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด พร้อมแนะนำให้ดูแลรักษาสุขภาพ สวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตนเองเมื่อมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยประชาชนสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิดได้ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th และแอปพลิเคชัน Air4Thai

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising