ดร.เอกนิติ รองนายกฯ และรมว.คลัง เผยว่า นายกฯ เรียกประชุมด่วนบ่ายวันนี้ หารือมาตรการรับมือวิกฤติพลังงาน ก่อนเตรียมเสนอผลประชุมบางส่วนเข้าที่ประชุม ครม.พรุ่งนี้ ชี้ทุกวิกฤตมีโอกาสเร่งผลิตไบโอเอทิลีนจากอ้อยและมัน
วันนี้ (9 มีนาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า บ่ายวันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นัดประชุมด่วนหารือมาตรการรับมือวิกฤติพลังงานที่ทำเนียบ หลังเช้าวันนี้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ดร.เอกนิติกล่าวว่า การประชุมบ่ายวันนี้ จะเป็นการหารือกลไกบริหารในช่วงวิกฤต ทั้งระยะสั้นและระยะปานกลาง เพื่อให้ภาคประชาชนและธุรกิจได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ซึ่งจะมีการเสนอผลประชุมบางส่วนเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) พรุ่งนี้
โดยหลังการประชุม อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเวลา จะมีการแถลงผลการแก้ไขสถานการณ์ด้านพลังงานจากผลกระทบในภูมิภาคตะวันออกกลางในเวลา 16.30 น.
ทั้งนี้ ณ เวลา 14.30 น. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอยู่ที่ 101.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +10.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 106.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +13.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ดร.เอกนิติยังระบุว่า วิกฤตพลังงานในครั้งนี้เป็นผลของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก ซึ่งจะมีความเสี่ยงมากขึ้นในอนาคต พร้อมชี้ว่า ในเวทีประชุมเศรษฐกิจโลกที่ดาวอส ได้ประมาณการไว้แล้วว่าจะเกิดความขัดแย้ง แต่ไม่ได้คาดว่าความขัดแย้งจะมาเร็วและแรงขนาดนี้
สุดท้ายนี้ ดร.เอกนิติชี้ว่า วิกฤตพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง บีบให้อุตสาหกรรมไทยต้องเร่งปรับตัว โดยหันมาผลิตพลังงานไบโอเอทิลีนจากสินค้าเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานจากอ้อย และมัน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการผลิตล้นตลาด
“ในทุกวิกฤตมีโอกาส เราทำให้สงครามหยุดไม่ได้ แต่เราปรับตัวได้ ทำให้อุตสาหกรรมไทยก้าวไปด้วยกัน” ดร.เอกนิติกล่าว

