วันนี้ (17 เมษายน) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อประชุมร่วมกันส่วนราชการในพื้นที่
โดยมี ปิยะศิริ วัฒนวรางกูล เลขาธิการ ศอ.บต. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันมูฮะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.ร.อ.ไพรโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และพล.อ.อุกฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งว่า พวกเราเดินทางมาที่ ศอ.บต. ด้วยความตั้งใจที่จะมาพบปะเพื่อนข้าราชการ เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการได้บุคลากรที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในพื้นที่อย่าง วันมูหะมัดนอร์ มะทา มาเป็นที่ประธานปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มาเป็นเรี่ยวแรงของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีที่เราจะได้มองไปข้างหน้าเพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราใช้หลักการ ‘เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา’ ซึ่งเป็นการน้อมนำแนวทางการทรงงานของรัชกาลที่ 9 มาใช้เพื่อให้เกิดสันติสุขโดยเร็ว โดยเราต้องศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เข้าใจวิถีชีวิต ลงพื้นที่อย่างจริงจังเพื่อสร้างความไว้วางใจ และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทั้งทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ซึ่งหากเราได้รับความร่วมมือและความมั่นใจจากประชาชน เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็จะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว
ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาตลอดเวลา ตนจึงได้ให้แนวทางข้าราชการทำงานให้ ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที เพราะปัญหาในโลกสามารถส่งผลกระทบกับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ เราจึงต้องทบทวนความเข้าใจและปรับตัวให้ทันเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ภารกิจของ ศอ.บต. บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในทุกมิติ
นายกรัฐมนตรีย้ำด้วยว่า ทุกภารกิจมุ่งหวังให้ชายแดนใต้เป็นโอกาสของประชาชนทุกกลุ่มทั้งชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธ เราต้องถอดอคติที่มีต่อสภาพแวดล้อม ไม่เหมารวมว่าคนในพื้นที่เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ สิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่สันติภาพคือความยุติธรรม หากรัฐสามารถสร้างความเข้าใจและแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ก็จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และยกระดับเศรษฐกิจของประชาชนให้มีรายได้ที่มั่นคงต่อไป






