วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว Thailand Summer Festivals 2025 โดยระบุว่า การท่องเที่ยวของประเทศไทย เป็นเครื่องมือและส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 14% ของจีดีพีประเทศ เชื่อว่าการท่องเที่ยวสามารถขยายตัว เพิ่มศักยภาพได้อีกไกล และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงอยากให้สามารถท่องเที่ยวได้ทุกจังหวัดทั้ง 12 เดือน
รัฐบาลได้พยายามนำ ประเพณี ความเชื่อ มีสิ่งที่ทำต่อกันมาอย่างยาวนาน และความพิเศษในทุกจังหวัดมาร้อยเรียง เพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจ และอยากท่องเที่ยวในประเทศให้ครบทุกภาค ทุกจังหวัด ไม่ต้องมีโลว์ซีซัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำเสนอ 7 เดือนที่จะมีการท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศ จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ต่อให้คนไทยทราบว่าทุกจังหวัดน่าเที่ยว และสามารถวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ ทั้งนี้จากการตรวจราชการในพื้นที่ต่างๆ มีอาหารเฉพาะถิ่นที่น่าทดลอง พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีเสน่ห์ทั้งประเทศ รวมถึงคนไทย
นายกรัฐมนตรียังระบุว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูร้อนที่ได้ร้อยเรียงเทศกาลต่างๆ ไว้ด้วยกัน โดยมีเทศกาลหลัก คือ สงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ทุกคนทั่วโลกรู้จัก และไม่ต้องก็มีกิจกรรมสาดน้ำ ซึ่งต่างชาติก็ให้ความสนใจ จึงพยายามเพิ่มรายได้ตรงนี้
ทั้งนี้ช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1.5 ล้านคน เพิ่มจากปี 2566 ถึง 40% ดังนั้น ถ้าประชาสัมพันธ์อย่างเป็นรูปแบบ และใส่กิจกรรมเพิ่มเติม เชื่อว่าปีนี้ตัวเลขงานสงกรานต์ต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และจะเป็นกำลังสำคัญในการทำให้จีดีพีขยับขึ้น เศรษฐกิจถูกกระตุ้น รายได้ก็จะหมุนเวียนกลับเข้ามาให้ประเทศไทยและประชาชน
ดังนั้น รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นว่า การจัดกิจกรรมต้องน่าสนใจ ความปลอดภัยก็ต้องเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มความพิเศษ เพิ่มเซอร์ไพรส์ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากตำรวจ และอาสาสมัครที่เป็นชาวต่างชาติ ที่จะเข้ามาเพื่อดูแลนักท่องเที่ยว ทุกคนถือเป็นกำลังสำคัญ
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ก่อนเกิดสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดมีนักท่องเที่ยวอยู่ประมาณ 38-39 ล้านคน วันนี้ตัวเลขกลับมาที่ 36 ล้านคนแล้ว จึงตั้งเป้าหมายว่า ภายในปีนี้ และปีหน้า จะพยายามดันตัวเลขให้เท่ากับช่วงก่อนโควิดให้ได้ และมีข่าวดีที่หลายจังหวัดมีตัวเลขนักท่องเที่ยวเกินกว่าก่อนช่วงโควิดไปแล้ว ดังนั้น ภาพรวมของทั้งประเทศจึงมีความหวัง
รัฐบาลเชื่อมั่นว่าจังหวัดสามารถนำเสนอความพิเศษได้ จึงขอส่งกำลังใจให้ทุกจังหวัดจัดงานให้พิเศษขึ้นในทุกปี ซึ่งจะเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญ นอกจากนี้ คนไทย คือ ซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย การที่ชาวต่างชาติกลับมา เจอคนไทยที่มีความน่ารัก มีไมตรี มีน้ำใจ สามารถพึ่งพากันและกันได้ ขอให้ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าบ้านที่ประทับใจเหมือนที่เคยเป็นมา เมื่อชาวต่างชาติเข้ามาก็จะประทับใจในตัวของคนไทยและประเทศไทย มั่นใจว่าสงกรานต์ปีนี้ต้องไม่เหมือนทุกปี และต้องพิเศษกว่าทุกปี
ด้าน สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลประกาศให้ปี 2568 เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 ทุกภาคส่วนจึงร่วมกันดำเนินโครงการ Thailand Summer Festivals เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของเทศกาลงานประเพณี ภายใต้คอนเซปต์ ‘7 Months 7 Wonders Summer Festivals’ ใน 7 หมวดหมู่กิจกรรม จัดเต็มตลอด 7 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม – กันยายน 2568 ได้แก่
- เทศกาลสงกรานต์
- เทศกาล Pride
- เทศกาลทางวัฒนธรรม
- เทศกาลดนตรี
- เทศกาลกีฬา
- เทศกาลอาหาร
- เทศกาลเชิงศิลปะและความสร้างสรรค์
ถือเป็นการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ สร้างบรรยากาศแห่งสีสัน ความสนุกสนาน ด้วยการยกระดับเทศกาลงานประเพณีไทยจากท้องถิ่นสู่ระดับโลก รวมถึงนำอีเวนต์ระดับโลกเข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
สรวงศ์ระบุว่า มั่นใจว่าหากคนไทยเป็นเจ้าบ้านที่ดี ตัวเลข 39 ล้านคน ที่ตั้งเป้าจะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในปีนี้จะทำได้อย่างแน่นอน รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมที่จะทำเป้าหมายการใช้จ่ายรายหัว ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ให้โจทย์ไว้ที่ 3.5 ล้านล้านบาท และเชื่อว่าทุกคนอยากให้ไทยกลับมาเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย กลับมาเป็นที่ 1 หรือ อันดับต้นๆ ในด้านการท่องเที่ยวของโลก