วันนี้ (2 กรกฎาคม) สืบเนื่องจากกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถูกสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) จับกุมในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่พบของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้า ประกอบกับก่อนหน้านี้ยังเกิดกรณีชาวต่างชาติลักลอบขนยาเสียสาวจากประเทศไทยไปยังออสเตรเลีย ส่งผลให้รัฐบาลเร่งยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน
ทั้งนี้ ทันทีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางกลับถึงประเทศไทย ได้เรียก พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมทีมงานที่เกี่ยวข้อง เข้าหารือเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและอุดช่องโหว่การลักลอบขนยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับเรื่องการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านแนวชายแดนหรือไม่ พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า วันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 โดยการหารือในวันนี้เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมเท่านั้น
เมื่อถามย้ำถึงเส้นทางการลักลอบขนยาเสพติดผ่านสนามบิน พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ขอให้รอฟังผลการประชุมในวันพรุ่งนี้ว่าจะมีการเชิญหน่วยงานใดเข้าร่วมบ้าง โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมอย่างครบถ้วน รวมถึงมาตรการที่จะนำเสนอในการประชุม ส่วนข้อสั่งการต่างๆ ขอให้รอฟังหลังการประชุมในวันพรุ่งนี้
ก่อนนั้น นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับการประชุมในวันพรุ่งนี้ จะเชิญผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสถาบันการบินพลเรือนเข้าร่วม เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยระบุว่าจะขันน็อต-ซีลปิดทุกจุด ป้องกันการรั่วไหล พร้อมชี้ว่าการลักลอบขนยาเสพติดเข้าออสเตรเลียเป็นการกระทำที่คิดสั้น เพราะออสเตรเลียมีมาตรการตรวจเข้มและแทบไม่มีทางรอดจากการถูกจับกุม


