วันนี้ (26 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 16.15 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลด้วยรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น BYD Sealion 7 สี Shark Grey ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหานคร ออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ภาย
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับเพิ่มขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตร ท่ามกลางความกังวลของประชาชนต่อค่าครองชีพและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น
ภายหลังการประชุม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ
ทั้งนี้ รัฐบาลจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อประเมินสถานการณ์วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก โดยย้ำว่าจะเร่งออกมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการ พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนประหยัดพลังงาน ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และใช้มาตรการ Work From Home
ด้านนโยบายพลังงาน รัฐบาลยืนยันจะใช้กองทุนน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเป็นเครื่องมือดูแลราคา ควบคู่การติดตามราคาตลาดโลกอย่างใกล้ชิด โดยราคาขายในประเทศจะยังอิงกลไกตลาดเป็นหลัก ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันยังมีความผันผวนสูง และยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าจะพุ่งถึงระดับใดในระยะต่อไป
กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มข้น โดยควบคุมสินค้าจำเป็น 59 รายการ พร้อมเตรียมเพิ่มอีก 7 รายการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน และขอความร่วมมือผู้ประกอบการดูแลสต๊อกและแจ้งก่อนปรับราคา นอกจากนี้ยังมีโครงการไทยช่วยไทย กระจายสินค้าราคาพิเศษทั่วประเทศ และเร่งช่วยเหลือภาคเกษตรผ่านมาตรการลดต้นทุนปุ๋ย
ขณะที่กระทรวงการคลังเสนอ 7 มาตรการเยียวยาเร่งด่วน เช่น การพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งจพต้องขออนุญาต กกต. ก่อนเนื่องจากเป็นรัฐบาลชุดรักษาการ การเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 100 บาท เป็น 400 บาทต่อเดือนชั่วคราว 1 เดือน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มขนส่ง เกษตรกร ประมง ผู้รับเหมาก่อสร้าง และ SME ผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 10,000 ล้านบาท
ด้านคมนาคม รัฐบาลเตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งแบบพุ่งเป้า โดยใช้ระบบติดตามการใช้งานจริง พร้อมส่งเสริมประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพิ่มเที่ยวเดินรถ และเตรียมความพร้อมด้านน้ำมันให้เพียงพอทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในระยะสั้น
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีนั้น ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีกำลังเดินทางออก สื่อมวลชนได้พยายามสอบถามถึงแนวทางแก้ปัญหาและระยะเวลาของมาตรการต่างๆ แต่นายกรัฐมนตรีได้ยกมือปฏิเสธ พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า “พอแล้ว” ก่อนขึ้นรถยนต์ไฟฟ้าและขับออกจากทำเนียบรัฐบาลด้วยตนเอง
ด้านปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าว ภายหลัง การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายอะไรหรือไม่ว่า ไม่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย เป็นเรื่องการประหยัดพลังงาน


