วันนี้ (30 มีนาคม) เวลา 09.06 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้ามาจอดที่อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า วันนี้ถือเป็นการหารือหน่วยงานเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้ายก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหรือไม่แต่อนุทินไม่ตอบคำถาม เพียงหันมายิ้มพร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “เดี๋ยวไปประชุมก่อน มาสายแล้ว”
สำหรับหน่วยงานหลักที่จะตรวจสอบประวัติรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 ได้แก่
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม คดีความ และประวัติการต้องโทษจำคุก
- สำนักงานศาลยุติธรรม ตรวจสอบข้อมูลการถูกฟ้องร้อง คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา หรือคำพิพากษาของศาล
- สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบประวัติการถูกชี้มูลความผิดด้านทุจริต การร่ำรวยผิดปกติ หรือการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
- สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบว่าเคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามทางการเมืองหรือไม่
- กรมบังคับคดี ตรวจสอบสถานะการเป็นบุคคลล้มละลาย
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบการถือครองหุ้นในบริษัทต้องห้ามตามกฎหมาย (เช่น ธุรกิจสัมปทานรัฐ หรือสื่อมวลชน)
- สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบสถานะการสั่งฟ้องในคดีอาญา
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความเรียบร้อยของรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมว่า เรียบร้อยดี สามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เลย โดยต้องเร่งพิจารณาเอกสารและดำเนินการให้เร็วที่สุด
เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ไม่มีรายชื่อใดมีปัญหาแล้วใช่หรือไม่ อนุทิน ระบุว่า หากมีปัญหาก็ต้องตัดออก และทั้ง 35 รายชื่ออยู่ที่ตนทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงนามรับรอง จึงต้องมีการประชุมเพื่อให้เกิดความชัดเจน
ส่วนความพร้อมด้านนโยบายของรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรีพยักหน้ารับว่า มีความพร้อมแล้ว หากมีการโปรดเกล้าฯ และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อย ก็สามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ทันที
เมื่อถามย้ำว่า วางกรอบไว้ระหว่างวันที่ 7-9 เมษายนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุวันได้ ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมา และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันที่จังหวัดนครพนมเมื่อวานนี้ว่า ปั๊มส่วนใหญ่มีการให้บริการตามปกติ แต่มีบางรายที่ยังไม่เปิดให้บริการ ซึ่งไม่ใช่ส่วนใหญ่
อนุทิน กล่าวอีกว่า จำเป็นต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เหมือนในช่วงที่มีการสู้รบตามแนวชายแดน ที่ต้องลงไปหน้างาน เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องตัดสินใจ หากได้เห็นสถานการณ์จริง เห็นความเป็นไป ปัญหา และข้อเท็จจริง รวมถึงได้สอบถามประชาชนโดยตรง จะทำให้มีข้อมูลมากขึ้น และสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง
เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/


