×

พิธาหวังให้ไม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง หลัง กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญปมหุ้นสื่อ เชื่อการชุมนุมที่เกิดสันติ เป็นปกติตามระบอบประชาธิปไตย

โดย THE STANDARD TEAM
12.07.2023
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (12 กรกฎาคม) เมื่อเวลา 16.20 น. ที่ผ่านมา พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ให้สัมภาษณ์หลังออกรายการโทรทัศน์ กล่าวถึงกรณีที่ แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้กำลังใจภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติกรณีการถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

 

พิธากล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ หลังจากทราบว่าตนถูก กกต. ส่งคำร้องเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งแพทองธารและ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย รวมถึงประชาชน ร่วมส่งข้อความมา

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนยังมีสติ มีกำลังใจ และพร้อมเดินหน้าตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร และไม่ได้กังวลว่าจะถูกนำไปเป็นข้ออ้างในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในวันพรุ่งนี้ (13 กรกฎาคม) เพราะ ส.ว. หลายคนได้ออกมาระบุแล้วว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณาเกี่ยวกับคดีหรือนโยบาย 

 

พิธากล่าวว่า ปัญหาคือไม่รู้จะตั้งรับหรือตอบอย่างไร เพราะตนไม่ได้มีโอกาสที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องเลย และ กกต. ใช้เวลาพิจารณาเรื่องของตน 32 วัน ซึ่งน่าจะใช้เวลาน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อเทียบกับรัฐมนตรี 4-5 ท่าน สมัยก่อนตอนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ใช้เวลาอยู่กว่า 300 วัน แต่ของตนใช้เวลา 32 วัน 

 

และการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ 1 วันก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ตนไม่มีโอกาสชี้แจง และก็ไม่ทราบว่า กกต. สงสัยในประเด็นไหนเกี่ยวกับเรื่อง ITV และมากกว่านั้นคือเรื่องที่ประชาชนสงสัย และการทำงานของสื่อมวลชน โดยเฉพาะช่อง 3 ที่ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับรายงานการประชุมที่ไม่ตรงกัน ซึ่งเรื่องนี้ตนยังไม่มีโอกาสได้ถามและชี้แจง หากเรียกตนเข้าไปชี้แจงตามกระบวนการ กกต. ก็คงจะสิ้นความสงสัย ไม่เป็นปัญหาให้เกิดเดดล็อกอย่างนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

 

เมื่อถามว่าหากศาลเปิดให้ชี้แจงไต่สวนพร้อมหรือไม่ พิธาระบุว่า แน่นอน พร้อมทุกกระบวนการ

 

เมื่อถามต่อว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างชัดเจนหรือไม่นั้น และขณะนี้มีการนัดหมายการชุมนุมกันแล้ว พิธากล่าวว่า ตนหวังว่าจะไม่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองจนนำไปสู่การชุมนุมในขณะนี้ 

 

“เพราะการกลั่นแกล้งผมเพียงคนเดียวมีราคาจ่ายที่ต้องจ่ายสูง กับระบบกลไกในการบริหารราชการและบริหารประเทศ และหลักเกณฑ์ที่เป็นบรรทัดฐานของนักการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หากจะสกัดกั้นผมเพียงคนเดียวหรือพรรคก้าวไกลโดยที่ไม่ให้เข้าสภา แต่เป็นเรื่องเสียงของประชาชนที่ออกไปเลือกตั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็เป็นความหวังของเขา” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะไม่มีปัญหา ไม่มีสถานการณ์อะไร และเข้าใจว่าส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยคือการรวมตัวกันอย่างสันติ เพื่อควบคุมวาระทางสังคม ซึ่งตนย้ำว่าไม่ได้เสียขวัญกำลังใจอะไร เข้าใจว่ามวลชนมีอารมณ์ เพราะเขาเลือกคนของเขามาแล้ว หากมุทะลุมากเกินไปจะไม่เป็นผลดีกับสิ่งที่เราจะทำ อะไรที่สำคัญ อะไรที่ยิ่งใหญ่ ต้องใช้เวลาและมีความยากเสมอ ตนเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ต่างๆ ได้

 

ส่วนพรุ่งนี้ตนจะเดินทางเข้ารัฐสภาเป็นปกติ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ และตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยหลังจากที่ กกต. ยื่นคำร้อง 

 

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่สถานการณ์จะวนลูปเดิมหรือจะแย่กว่าเดิม เมื่อสถานการณ์ถึงจุดที่ต้องเลือกตามที่เลขาธิการพรรคก้าวไกลได้ระบุไว้ พิธากล่าวว่า มีความเป็นไปได้ เพราะความท้าทายของประเทศไทยตอนนี้หนักกว่าช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เจอสถานการณ์โควิดและสงครามต่างๆ ถึงต้องการรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและมีความชอบธรรมในการบริหาร สามารถขอความร่วมมือจากประชาชนได้ ซึ่งนั่นหมายถึงต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยตอนนี้ยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ ส.ว. ว่าจะโหวตให้เท่าใด

 


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories