วันนี้ (4 มีนาคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังขึ้นไปพบนายกรัฐมนตรีที่ตึกไทยคู่ฟ้า เกือบ 1 ชั่วโมง โดยระบุว่าจะนำข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่มีการพูดถึงการตรึงราคาค่าขนส่ง ไปหารือในที่ประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 ที่มีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยพิพัฒน์ระบุว่า เป็นการหารือเพื่อดูเรื่องค่าขนส่ง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีการประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (5 มี.ค.)
เมื่อถามว่า มีนโยบายเรื่องค่าขนส่งอย่างไรบ้าง เพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้า พิพัฒน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ตรึงราคาไว้นานเท่าไร เราก็ตรึงค่าขนส่งได้นานเท่านั้น ซึ่งเรามีเงินกองทุนน้ำมันเป็นตัวกันชนอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเราเห็นแล้วว่า กองทุนน้ำมันมีขึ้น ๆ ลง ๆ เคยติดลบสูงสุดถึงแสนล้านบาท แต่ขณะนี้เป็นบวก ดังนั้นในเมื่อเหตุการณ์ไม่ปกติ เหมือนตอนนี้ที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น เราสามารถนำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาชดเชย เพื่อทำให้ราคาไม่วิ่งขึ้นไปเหมือนราคาน้ำมันดิบของตลาดโลก
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางเพิ่มเติม หากพ้นระยะเวลาตรึงราคาน้ำมัน 15 วันหรือไม่ พิพัฒน์กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ที่นโยบายของนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อตรึงราคาครบ 15 วันแล้ว เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าเหตุการณ์ยังเดินหน้าต่อไปอีก เราก็สามารถตรึงราคาต่อไปได้ โดยเอากองทุนน้ำมันมาเป็นตัวซัพพอร์ต
เมื่อถามว่าประชาชนไม่ต้องกังวลว่า หากพ้นเวลา 15 วัน จะมีการขึ้นราคาเชื้อเพลิงใช่หรือไม่ พิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ต้องกังวล ยืนยันว่าไม่มี เพราะมีกองทุนน้ำมันเป็นตัวซัพพอร์ต
พิพัฒน์เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (5 มีนาคม) จะมีการออกประกาศของกระทรวงคมนาคม สั่งห้ามรถโดยสารสาธารณะขึ้นราคา ทั้งแท็กซี่ แกร็บ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคา จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย


