เครือข่ายแรงงานเข้ายื่นหนังสือถึงพรรคประชาชน จี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เร่งพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ค้างพิจารณาจากสภาชุดก่อน ด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ชี้รัฐบาลมีเวลาเหลือเพียง 40 กว่าวันในการต่อลมหายใจกฎหมายเพื่อประชาชน หากเลยกำหนด 14 พฤษภาคม 2569 กฎหมายทั้งหมดจะต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่
วันนี้ (1 เมษายน) เครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาของแรงงานหญิง ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน โดยมี พริษฐ์ วัชรสินธุ และ เซีย จำปาทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบ
เครือข่ายฯ เรียกร้องให้พรรคประชาชนและรัฐบาลเร่งนำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ‘ฉบับมีเวลาพักผ่อน’ และ ‘ฉบับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอย่างเร่งด่วน
บัณฑิต ป้อมวิเศษ ตัวแทนจากเครือข่ายฯ แสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายสำคัญทั้งสองฉบับอาจถูกหลงลืมและตกขบวน โดยปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 แล้ว แต่ต้องสะดุดลงและรอเข้าสู่วาระที่ 2 เนื่องจากเกิดการยุบสภาขึ้นเสียก่อน
บัณฑิตได้เรียกร้องให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเห็นความสำคัญของกระบวนการที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขกฎหมายแต่ละฉบับจนผ่านวาระที่ 1 ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยพิจารณาเป็นจำนวนมาก การนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ ส่งเสริมการสร้างประชากรที่มีคุณภาพ และสร้างแรงจูงใจในการทำงานและการจ้างงานในอนาคต
หากกฎหมายทั้งสองฉบับสามารถบังคับใช้ได้จริง จะก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวมในการสร้างมาตรฐานการทำงานที่เป็นสากล และสะท้อนการพัฒนาประเทศที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ด้าน เซีย จำปาทอง กล่าวว่า ทางพรรคเข้าใจถึงเจตจำนงของประชาชนคนทำงานที่ต้องการผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิต ที่ผ่านมามีความพยายามเสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงานหลายฉบับ แต่สิ่งสำคัญในขณะนี้คือกฎหมาย 2 ฉบับที่ค้างอยู่ในสภา ซึ่งทางพรรคตั้งใจผลักดันให้มีผลบังคับใช้เพื่อประโยชน์ของแรงงาน แต่กลับต้องเผชิญกับเหตุยุบสภาเสียก่อน
การที่ภาคประชาชนออกมาแถลงจุดยืน จึงเป็นการสะท้อนความต้องการให้ ครม.และรัฐบาลนำกฎหมายทั้งสองฉบับกลับเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป
ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ ยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนว่า เศรษฐกิจที่เป็นธรรมต้องเกิดจากการเติบโตที่ควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน และรัฐต้องออกแบบกลไกรองรับแรงงานทุกคนทั่วประเทศอย่างเสมอภาค แม้ในสภาชุดที่แล้ว ภาคประชาชนและพรรคจะสามารถผลักดันกฎหมายบางฉบับได้สำเร็จ เช่น การขยายสิทธิลาคลอด แต่ก็ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ค้างท่ออยู่
พริษฐ์อธิบายข้อกฎหมายว่า กฎหมายที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วจะยังไม่ตกไปในทันที แต่สามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด หากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มีมติรับรองภายใน 60 วันนับจากการเปิดประชุมสภาครั้งแรก หรือภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569
“จึงเรียกร้องไปยัง ครม.ใหม่ เรามีเวลาอยู่ 40 กว่าวัน ขอให้ตัดสินใจว่าจะมีมติรับรองให้กฎหมายฉบับไหนได้ไปต่อบ้างโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด” พริษฐ์กล่าว
พริษฐ์ยังระบุว่า นอกเหนือจากกฎหมายแรงงานแล้ว ยังมีกฎหมายสำคัญอื่นๆ ที่ควรได้ไปต่อ เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งจะเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่กำลังวิกฤตในภาคเหนือ
พริษฐ์เน้นย้ำว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกที่ ครม. ปฏิบัติหน้าที่หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงขอให้เร่งตัดสินใจเกี่ยวกับกฎหมายทุกฉบับที่ค้างอยู่ หากภายใน 2 สัปดาห์นี้ยังไม่มีความชัดเจน ทางพรรคจะดำเนินการทวงถามอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ล่วงเลยกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด










