พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจงกรณีการแสดงความเห็นต่อมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยยืนยันว่าไม่ได้ด้อยค่าคุณภาพน้ำมัน แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความครอบคลุมในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้รถส่วนใหญ่ยังคงเติมแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95
ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า พีระพันธุ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่เคยระบุว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันที่ไม่ดีหรือเติมแล้วจะส่งผลให้เครื่องยนต์พัง เพราะหากใช้งานไม่ได้จริงคงไม่มีการผลิตออกมาจำหน่ายอย่างแพร่หลาย
พีระพันธุ์อธิบายเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ต้องการสื่อสารคือปริมาณการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ในปัจจุบันยังน้อยกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 อยู่มาก โดยมีปริมาณการใช้เพียงวันละ 5-6 ล้านลิตร จากปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมดราว 31-32 ล้านลิตรต่อวัน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้น้ำมันส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้แก๊สโซฮอล์ E20
ดังนั้น การลดภาษีสรรพสามิตเฉพาะน้ำมันประเภทนี้ จึงไม่ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้น้ำมันส่วนใหญ่โดยตรง ประเด็นสำคัญที่ต้องการตั้งคำถามจึงอยู่ที่ความครอบคลุมของมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้
ข้อจำกัดของเครื่องยนต์และความคุ้มค่า
สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่าหากเติมแก๊สโซฮอล์ E20 แล้วเครื่องยนต์จะพังนั้น พีระพันธุ์ชี้แจงว่า รถยนต์บางรุ่นที่ได้รับการออกแบบมาให้รองรับน้ำมันชนิดนี้อยู่แล้ว สามารถเปลี่ยนมาใช้ได้โดยไม่ต้องดัดแปลง แต่ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันที่เคยเติมแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 จะสามารถเปลี่ยนมาใช้ E20 ได้ทันที โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับน้ำมันที่มีสัดส่วนเอทานอลสูงถึง 20% ซึ่งอาจไม่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม และมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับระบบเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์ได้
กรณีดังกล่าวมาจากการที่เคยหารือกับช่างผู้มีประสบการณ์ และเคยนำรถยนต์เก่าบางคันไปปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ได้ตามคำแนะนำ จึงรับทราบว่ามีข้อจำกัดและค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณา นำมาสู่การตั้งคำถามว่า สำหรับประชาชนที่มีรถยนต์ซึ่งยังไม่รองรับ E20 หากต้องเสียเงินปรับปรุงระบบเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์เพื่อเปลี่ยนมาใช้น้ำมันชนิดนี้ จะคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อมาตรการลดภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลมีระยะเวลาเบื้องต้นเพียง 3 เดือนเท่านั้น
“ผมไม่ได้คัดค้านการใช้น้ำมัน E20 และไม่ได้ปฏิเสธประโยชน์ของเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่เห็นว่าเมื่อรัฐบาลออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนก็ควรพิจารณาด้วยว่ามาตรการนั้นช่วยประชาชนได้ครอบคลุมมากน้อยเพียงใด และมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประโยชน์จากมาตรการหรือไม่” พีระพันธุ์กล่าว
ทั้งนี้ การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมไม่ได้หมายความว่าเป็นการด้อยค่าคุณภาพของน้ำมัน พร้อมแนะนำให้ประชาชนที่สงสัยว่ารถยนต์ของตนสามารถเปลี่ยนจากแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 มาใช้ E20 ได้หรือไม่ ตรวจสอบข้อมูลจากคู่มือประจำรถ หรือสอบถามผู้ผลิตและศูนย์บริการเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องเข้าใจผิดหรือเสี่ยงทดลองกับเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น

